สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเกี่ยวกับกระแสวิตกกังวลของชาวออสเตรเลียและครอบครัวของของเด็กชายวัย 6 ขวบ ที่ปรากฎในคลิปของกลุ่มไอเอสที่เผยแพร่ตั้งแต่วันอาทิตย์ (30 เม.ย.) ที่ผ่านมาโดยพ่อของเด็กที่ทราบชื่อภายหลังว่า นายคาลีด ชาร์รูฟ พยายามสอนให้ลูกชายฆ่าชาวออสเตรเลีย ขณะที่เด็กน้อยถือปืนเอเค-47 และมีด โดยกล่าวทำนองข่มขู่ ก่อนที่จะมีเสียงจากนอกจอ ซึ่งคาดว่าเป็นพ่อ ถามหนูน้อยว่า "ฆ่าคนออสเตรเลีย ต้องทำยังไง" โดยหลังภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกมาก็สร้างความตกตะลึงให้กับญาติของเด็ก ชาวออสเตรเลียและประชาคมโลก
ขณะที่นางคาเร็น เน็ตเติลตัน คุณยายของหนูน้อยคนนี้ออกมาแสดงความรู้สึกปวดร้าวกับการกระทำของลูกเขย พร้อมกล่าวโจมตีว่า เป็นการกระทำที่น่าขยะแขยง เพราะหลานของตนเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่กลับนำเด็กมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อการโฆษณาชวนเชื่อ และบอกด้วยว่า คนทั้งโลกจะพากันคิดว่าเด็กคนนี้เป็นผู้ก่อการร้าย และไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อของเด็กถึงต้องทำแบบนี้
ขณะที่สำนักข่าวเอบีซีนิวส์ของออสเตรเลีย รายงานว่า นายชาร์รูฟ ถือเป็นพลเมืองคนแรกที่ถูกรัฐบาลเพิกถอนสัญชาติออสเตรเลียเมื่อปี 2557 หลังโพสต์คลิปลูกชายอีกคนหนึ่งถือศีรษะของเชลยที่ไอเอสสังหาร และเคยมีกระแสข่าวว่านายชาร์รูฟถูกสังหารไปแล้วด้วยการโจมตีจากโดรนของสหรัฐ
ด้านนางเน็ตเติลตัน ยืนกรานว่า จะยังคงต่อสู้เพื่อที่จะนำหลานชาย 3 คน และหลานสาวอีก 2 คนกลับมาจากซีเรีย หลังบุตรสาวของตนเดินทางออกจากออสเตรเลียไปซีเรียตั้งแต่ปี 2556 เพื่อไปใช้ชีวิตอยู่กับพ่อที่เป็นสมาชิกไอเอส
ปัจจุบัน กลุ่มไอเอสยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องทั่วภูมิภาค โดยล่าสุดทางการมาเลเซียเผยวันนี้ว่า ระหว่างวันที่ 24 มีนาคม ถึง 25 เมษายนที่ผ่านมาสามารถจับผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับไอเอสได้ 6 คน ทั้งหมดเป็นชาวมาเลเซีย และอีก 1 คนหลบหนีไปได้พร้อมปืน 3 กระบอก เข้ามายังชายแดนภาคใต้ของไทยการจับกุมในมาเลเซียครั้งนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของไอเอสในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังก่อนหน้านี้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าไอเอสจะเข้ามาปักธงในภูมิภาคนี้เพื่อเป็นฐานที่มั่นแห่งใหม่ หากกลุ่มสูญเสียที่มั่นในตะวันออกกลาง