เนชั่นทีวี

ข่าว

สตม.เปิดข้อมูล "บอส อยู่วิทยา" เข้าไทย 23 เม.ย. ออก 25 เม.ย.ปลายทางสิงคโปร์

02 พ.ค. 2560 | te

สตม.เปิดข้อมูล "บอส อยู่วิทยา" เข้าไทย 23 เม.ย. ออก 25 เม.ย.ปลายทางสิงคโปร์

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 2 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.) กล่าวถึงติดตามตัว นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ผู้ต้องหาหนีหมายจับ ว่า


หน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการติดตามตัว ส่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีหน้าที่เช็คการเดินทางเข้าออกประเทศเท่านั้น ถ้าหากนายวรยุทธ เข้ามาไทยระบบก็จะแจ้งเตือน ส่วนกรณีของนายวรยุทธ ได้เดินทางออกไปก่อนที่ศาลจะออกหมายนั้น ก่อนหน้าพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ก็ไม่ได้มีคำสั่งห้ามออกนอกประเทศ เนื่องจากเป็นคดีขับรถชน เป็นคดีประมาท ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ และนายวรยุทธ ก็ได้มอบตัวและขอสู้คดี ดังนั้นจึงไม่มีคำสั่งห้ามออกนอกประเทศ ซึ่ง สตม. เป็นเพียงหน่วยปฏิบัติ ไม่มีอำนาจสั่งห้ามใครเข้าออกอยู่แล้ว เขาก็สามารถเดินทางเข้าออกได้อย่างอิสระ
พล.ต.ท.ณัฐธร กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อมูลการเดินทางเข้าออกของนายวรยุทธ พบว่า มีการเดินทางเข้าออกประเทศหลายครั้ง ล่าสุดเข้ามาเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2560 และเดินทางออกไปเมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา มีปลายทางที่ประเทศสิงคโปร์ ส่วนจะเดินทางออกไปที่ไหนหรือประเทศใดต่อนั้นไม่สามารถเช็คได้ เพราะอยู่นอกเหนือประเทศไทยแล้ว ส่วนกรณีที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมีส่วนช่วยเหลือนายวรยุทธ หลบหนีนั้น เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว อย่างที่ย้ำว่าสำนักตรวจคนเข้าเมืองเป็นหน่วยปฏิบัติ ไม่มีอำนาจสั่งห้ามใครเข้าออก

ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวว่า ขอยืนยันว่า ความยุติธรรมทางคดีมีจริง โครงการสั่งไม่ฟ้องเป็นศูนย์ เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นเพื่อ ยกระดับงานสอบสวนของพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นต้นทางของขบวนการยุติธรรมให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนทุกชนชั้นอย่างแท้จริง และยังสามารถแก้ไขปัญหาความไม่สงบความไม่ปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินได้ดียิ่ง เพราะถ้าคนทำผิดได้รับการลงโทษก็จะไม่กล้าทำผิดอีกจึงถือเป็นการป้องกันอาชญากรรมเชิงรุกได้ดีอีกวิธีการหนึ่ง พนักงานสอบสวนซึ่งเป็นต้นทางแห่งกระบวนการยุติธรรม จึงต้องพยายามรวบรวมหลักฐานเพื่อทำให้อัยการ และศาลท่านใช้ดุลยพินิจวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวง โดยปราศจากข้อสงสัยให้ได้ พนักงานสอบสวนจึงต้องเป็นคนช่างสังเกตุช่างสงสัยเสียก่อน เมื่อสงสัยแล้วก็ต้องพยายามรวบรวมพยานหลักฐาน และทำการสอบสวนให้สิ้นกระแสความ จนปราศจากข้อสงสัย ต้องไม่ปล่อยให้อัยการหรือศาลท่านสงสัย เพราะถ้าอัยการสงสัยก็จะสั่งไม่ฟ้อง ศาลสงสัยก็จะยกฟ้องผู้กระทำผิดไม่ถูกลงโทษก็จะกลับมากระทำผิดอีก สังคมไทยก็จะไม่สงบประชาชนก็ไม่มีความปลอดภัย

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า สาระสำคัญของโครงการนี้ คือ การป้องกันการค้าสำนวนหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อช่วยเหลือผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง ถือเป็นนโยบายของ ผบช.น. ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนของ บช.น. ที่จะทำให้พนักงานสอบสวนมีความมั่นใจว่า สามารถสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาแซกแซงการใช้ดุลยพินิจเพื่อสร้างความเป็นธรรมได้ เพราะมี ผบช.น. ค้ำประกันอยู่ และยังเป็นการการสร้างจิตสำนึกของ ผกก. หัวหน้างานสอบสวนและพนักงานสอบสวนให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน เมื่อมีคดีเกิดขึ้นต้องจับกุมผู้ต้องหาให้เร็ว และทำให้ศาลลงโทษได้เร็ว โดยไม่มีการบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือมีการค้าสำนวน

"ทั้งนี้พนักงานสอบสวนจะต้องรีบสอบสวนรวบรวมหลักฐานทุกชนิดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่างๆอันเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ถูกกล่าวหา เพื่อจะรู้ตัวผู้กระทำผิดและพิสูจน์ให้เห็นความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาตาม ป.วิอาญา มาตรา 131 ถ้าพนักงานสอบสวนทุกคนทำได้เช่นนี้ จะไม่มีคดีแพะ คดีแกะ คดีนายบอส หรือคดีอื่นๆที่ทำให้สังคมปชชเคลือบแครงสงสัยให้เห็นอีกต่อไป มาช่วยกัน มาช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ ประชาชนมีความปลอดภัย ภายใต้การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนในกระบวนการยุติธรรม"ผบช.น. กล่าว

ข่าวล่าสุด