เหตุชุลมุนเริ่มขึ้นจากผู้ประท้วงที่มีแนวคิดชาตินิยมราว 100 คนถือธงชาติและร้องเพลงชาติบุกเข้าไปในรัฐสภาในกรุงสโกเปียเมื่อวาน โดยมีกลุ่มชายสวมหน้ากากราว 10 คนปะปนอยู่ในกลุ่มด้วย ผู้ประท้วงบุกเข้าทำร้ายร่างกายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเกิดการปะทะกับตำรวจที่ใช้ระเบิดแสงเข้าระงับเหตุ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 77 คน ซึ่งเป็นตำรวจ 22 นาย ส.ส.และนักข่าวอีกจำนวนหนึ่ง
โดยโซราน ซาเยฟหัวหน้าพรรคโซเชียล เดโมแครต ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านใหญ่ที่สุด ได้รับบาดเจ็บมีเลือดอาบใบหน้า ผู้ประท้วงเรียกพวก ส.ส.ว่าคนทรยศ และไม่ยอมให้พวกเขาออกจากห้องประชุม
เหตุรุนแรงที่ยืดเยื้อหลายชั่วโมงนี้เกิดขึ้นหลังพรรคโซเชียลเดโมแครตและพรรคอื่นที่สนับสนุนชนกลุ่มน้อยเชื้อสายแอลเบเนีย ออกเสียงเลือกนายทาลัต ซาเฟรี เชื้อสายแอลเบเนียเป็นประธานรัฐสภา
ผู้ประท้วงส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สนับสนุนของพรรค VMRO-DPMNE ของอดีตนายกรัฐมนตรีนิโกลา กรูเยฟสกี และเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งใหม่ หลังพรรคชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือน ธ.ค.แต่ไม่สามารถรวบรวมเสียงจากพรรคอื่นได้มากพอจัดตั้งรัฐบาลผสม และชาวมาซิโดเนียที่มีแนวคิดชาตินิยมชุมนุมประท้วงหลายระลอกเพื่อต่อต้านความพยายามของนายซาเยฟ ผู้นำฝ่ายค้านที่พยายามจัดตั้งรัฐบาลผสม พวกเขากลัวว่า สถานะของชาวแอลเบเนียจะคุกคามเอกภาพในประเทศ
ขณะที่สถานทูตสหรัฐในมาซิโดเดนีย ทวีตประนามเหตุการณ์ทำร้าย ส.ส.ในรัฐสภา และโยฮันเนส ฮาห์น คณะกรรมาธิการยุโรป ทวีตด้วยว่า ไม่ควรมีความรุนแรงในรัฐสภาและควรรักษาประชาธิปไตยไว้ นอกจากนี้รัฐบาลแอลเบเนียแสดงความกังวลต่อความขัดแย้งในมาซิโดเนีย