เนชั่นทีวี

ข่าว

ตร.ซ้อนแผน จับโจ๋แสบวิ่งราวโทรศัพท์เหยื่อริมถนน ตกลงราคาของส่งคืน

24 เม.ย. 2560 | nation_ent

ตร.ซ้อนแผน
จับโจ๋แสบวิ่งราวโทรศัพท์เหยื่อริมถนน ตกลงราคาของส่งคืน

เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สน.ลุมพินี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ดวงโชติ สุวรรณจรัส รอง ผกก.ป.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.ธชาพัฒน์ สุวรรณคชพงศ์ สวป.สน.ลุมพินี ร่วมกันนำกำลังตำรวจสายตรวจ สน.ลุมพินี

จับกุมตัวนายสมพร โคกทอง อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 612/183 ตรอกวัดจันทร์ใน แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. ผู้ต้องหา พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 6 พลัส จำนวน 1 เครื่อง รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 1กฬ-2332 กทม. จำนวน 1 คัน และหมวกกันน็อคสีดำ จำนวน 1 ใบ โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเทอร์มินัล 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.
พ.ต.อ.พรชัย กล่าวว่า สืบเนื่องจากด้วยความเป็นห่วงใยเรื่องความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ห้วงหลังจากเทศกาลสงกรานต์ 2560 ตนมอบหมายให้ พ.ต.ท.ดวงโชติ เป็นผู้รับผิดชอบในการวางมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเพิ่มความเข้มในการออกตรวจของสายตรวจหลังเทศกาลดังกล่าวไปอีก 7 วัน ทั้งช่วงกลางวัน และช่วงกลางคืน จนเมื่อวันที่ 23 เมษายน เวลาประมาน 04.00 น.ที่ผ่านมา ขณะที่ พ.ต.ท.ธชาพัฒน์ นำกำลังตำรวจสายตรวจ สน.ลุมพินี ออกปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุสวนลุม ว่า เกิดเหตุวิ่งราวทรัพย์บริเวณปากซอยสุขุมวิท 11 จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบ นางสาวไรวินท์ บุญหนุน อายุ 24 ปี ชาวจ.บุรีรัมย์ ผู้เสียหาย เจ้าตัวอยู่ในอาการตื่นกลัวเล่าทั้งน้ำตาว่า ถูกคนร้ายเป็นชายสวมหมวกกันน็อคครึ่งใบสีดำ ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ฮ้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 2332 ได้กระชากเอาโทรศัพท์มือถือไป ต่อมานางสาวไรวินท์ ได้เล่าอีกว่า ได้โทรศัพท์เข้าโทรศัพท์มือถือของตน พบว่ามีผู้รับสาย และได้บอกกับตนว่า ให้นำเงินจำนวน 3,500 บาท ไปแลกกับโทรศัพท์เครื่องที่ตนถูกกระชากไป โดยนัดหมายเพื่อส่งมอบกันที่ด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเทอร์มินัล 21 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม.
ด้าน พ.ต.ท.ดวงโชติ กล่าวว่า ทางตำรวจได้ทำการซ้อนแผนคนร้าย ร่วมกันกับผู้เสียหาย เพื่อทำการจับกุมคนร้ายครั้ง โดยตำรวจชุดจับกุมนำกำลังไปเฝ้าสังเกตุการณ์อยู่ในบริเวณโดยรอบจุดนัดพบ และให้ผู้เสียหายเดินไปพบคนร้ายตามที่นัดหมาย เมื่อผู้เสียหายมาถึงจุดนัดหมาย พบนายสมพร เป็นผู้นำโทรศัพท์มือถือมามอบให้ ทางตำรวจจึงได้แสดงตัว และเข้าทำการตรวจค้น ผลปรากฎว่าพบโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไอโฟน 6 พลัส ของผู้เสียหาย แต่เจ้าตัวได้ยืนกรานว่าเป็นเพียงพลเมืองดีที่นำโทรศัพท์มาคืนแก่เจ้าของเท่านั้น แต่ทว่าทางตำรวจไม่ปักใจเชื่อ ขอให้ผู้ต้องหาพาไปตรวจสอบรถจักรยานยนต์ และหมวกกันน็อก บริเวณหน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาปากซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 30 ซึ่งผู้เสียหายยืนยันสามารถจดจำได้ว่าเป็นคนเดียวกับผู้ที่ก่อเหตุดังกล่าว
นอกจากนี้ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการขยายผล โดยสอบสวน และเกลี้ยกล่อมนายสมพร จนยอมรับสารภาพว่า ในช่วงระยะเวลาประมาณ 22.15 น. วันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา ตนได้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ โทรศัพท์มือถือซัมซุงกาแล็คซี่ เจ7 สีทอง ของผู้เสียหายอีกรายไปจากบริเวณปากซอยสุขุมวิท 3/1 ซึ่งตรงกันกับที่ผู้เสียหายได้ให้ข้อมูลไว้ จากนั้นได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ลุมพินี ไปตรวจค้น และนำโทรศัพท์มือถือเก็บไว้ที่บ้าน ภายซอยนนทรี 20 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กทม.จึงควบคุมตัวสอบสวนที่ สน.ลุมพินี
สอบสวนผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพว่า ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ได้เพียงแต่รับจ้างทั่วไป ใครจ้างทำสิ่งใดก็ทำเพื่อแลกกับเงิน แต่ไม่พอใช้ ประกอบกับห้วงเทศกาลสงกรานต์ได้ใช้เงินไปจนหมดแล้ว ไม่มีไว้ใช้จ่าย จึงวางแผนคิดรวยทางลัดด้วยการขับขี่รถจักรยานยนต์ไปถามท้องถนนยามค่ำคืน เมื่อพบเห็นเหยื่อที่เป็นหญิงสาวเดินเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ริมถนนเพียงคนเดียว จะลงมือกระชากไปจากมือผู้เสียหายแล้วหลบหนี จากนั้นจะนำไปเก็บไว้ที่บ้าน แล้วจะวางแผนทำทีเป็นพลเมืองดีติดต่อขอคืนทรัพย์สิน เมื่อเหยื่อตกลงก็จะไปตามนัดหมาย แต่กลับถูกตำรวจซ้อนแผนทำการจับกุมเสียก่อน
พ.ต.ท.ดวงโชติ เพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตามตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ ต้องทำการสอบสวนขยายผลอีกครั้ง เมื่อตรวจสอบประวัติพบว่าเคยถูกตำรวจ สน.บางโพงพาง จับกุมข้อหา"ครอบครองยาเสพติด" เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ตำรวจเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง หากมีผู้เสียหายรายใดถูกคนร้ายก่อเหตุลักษณะนี้สามารถติดต่อมายัง สน.ลุมพินีได้ทันทีเบื้องต้นแจ้งข้อหา"วิ่งราวทรัพย์ หรือรับของโจร"ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินีต่อไป

ข่าวล่าสุด