กรณีเจ้าหน้าที่หญิงประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล(รพ.สต.)แห่งหนึ่งในจ.บึงกาฬ ที่ให้บริการเวรนอกเวลาที่รพ.สต. โดนคนร้ายทำทีมารับบริการที่รพ.สต. และได้ทำร้ายร่างกายและพยายามข่มขืน ตอนนี้เข้ารักษาตัวที่รพ.แล้ว และจับคนร้ายได้แล้ว เป็นเยาวชนในพื้นที่
นพ.วิศณุ วิทยาบำรุง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(นพ.สสจ.)บึงกาฬ กล่าวว่า มาตรการในการเยียวยานั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการให้นิติกรและทีมงานกฎหมายพิจารณาเกี่ยวกับระเบียบต่างๆที่จะนำมาใช้ได้ เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเยียวยาได้จาก 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.กฎกระทรวงยุติธรรมในเรื่องการการช่วยเหลือผู้ที่ถูกทำร้ายในคดีอาญา จะดูว่ามีช่องทางที่จะช่วยเหลือได้หริือไม่ อย่างไร 2.ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับเงิน การักษาเงินและรายการของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการสนับสนุนและส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขและค่าใช้จ่ายอื่น พ.ศ.2559 ในเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการที่ได้รับผลกระทบทางการแพทย์ ซึ่งน่าจะเข้าหลักเกณฑ์ เพราะเป็นการได้รับผลกระทบจากการให้บริการ โดยจะพิจารณาดำเนินการให้เงินชดเชยเบื้องต้นต่อไป และ3.ระเบียบกรมบัญชีกลางในเรื่องการที่บุคคลไปช่วยเหลือผู้อืี่นแล้วได้รับผลกระทบ นพ.วิศณุ กล่าวอีกว่า โดยปกติการอยู่เวรนอกเวลาราชการ ในจ.บึงกาฬ มีการกำหนเวลา โดยในวันราชการ อยู่เวรนอกเวลา 16.30-18.30 น. ส่วนวันหยุดอยู่เวร 8.30-16.30 น . นอกจากเวลานี้จะปิดให้บริการ เพราะฉะนั้น การอยู่เวรจะเป็นกลางวันส่วนใหญ่ แต่บางพื้นที่ที่มีความใกล้ชิดประชาชน ก็มีการมาเคาะประตูบ้านเรียกกรณีมีการเจ็บป่วยนอกเวลาราชการและนอกเวลาอยู่เวร จากนี้ก็ไม่ให้เจ้าหน้าที่หญิงลงมาให้บริการเด็ดขาด หากจำเป็นจริงให้เจ้าหน้าที่ผู้ชายเป็นคนลงมาให้บริการ ส่วนกรณีที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้ชาย ก็ให้ประชาชนโทรสายด่วนฉุกเฉิน 1669 แทน
"สำหรับอาการล่าสุดของเจ้าหน้าที่ ขณะนี้ยังนอนพักรักษาพยายาลในรพ. สภาพจิตใจดีขึ้นแต่ยังไม่เต็ม 100 % อาจต้องพักฟื้นอีกระยะหนึ่ง และอาจจะพิจารณาให้ย้ายไปทำงานพื้นที่อื่นเพื่อให้สบายใจที่สุด และจะให้นักจิตวิทยาช่วยดูแลสภาพจิตใจ"นพ.วิศณุกล่าว อนึ่ง ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฯหมวด 5 ค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ให้บริการที่ได้รับความเสียหายจากการให้บริการสาธารณสุขของหน่วยบริการ โดยมีหลักเกณฑืการจ่าย คือ 1.กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพอย่างถาวร หรือเจ็บป่วยเรื้อรังที่ต้องได้รับการรักษาตลอดชีวิต และมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดํารงชีวิต จ่ายเงินช่วยเหลือได้ตั้งแต่ 240,000 บาท แต่ไม่เกิน 400,000 บาท 2.กรณีสูญเสียอวัยวะ หรือพิการที่มีผลกระทบต่อการดําเนินชีวิต จ่ายเงินช่วยเหลือได้ ตั้งแต่ 100,000บาท แต่ไม่เกิน 240,000 บาท และ3.กรณีบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยต่อเนื่อง จ่ายเงินช่วยเหลือได้ไม่เกิน 100,000 บาท