วันที่16 เมษายน 2560 จากการติดตามบรรยากาศการเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์ที่ จ.กาฬสินธุ์ พบว่า นอกจากจะมีการละเล่นกันตามประเพณีอันดีงามแล้ว ในส่วนของการค้าขายสินค้าบริโภค โดยเฉพาะกุ้งก้ามกราม สัตว์เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของ จ.กาฬสินธุ์ ก็ยังคงครองความนิยมของนักเปิบ การจับจ่ายคึกคักขายดี ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายมีรายได้ตั้งแต่5หมื่นถึง2แสนบาททีเดียว
นางดวงจันทร์ ภูใบบัง อายุ53ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามบ้านตูม หมู่4อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ปกติกุ้งก้ามกรามจะขายได้ตลอดปี เพราะลูกค้าทั้งภายในจังหวัดและต่างจังหวัดมีความต้องการมาก แต่จะขายดีที่สุดก็ในเทศกาลปีใหม่กับสงกรานต์ เนื่องจากเป็นวันหยุดยาว ลูกหลานเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน นำกุ้งก้ามกรามมาทำอาหารกินกันในครอบครัวและหมู่คณะ เหมาะสำหรับเป็นของฝากญาติพี่น้องต่างพื้นที่ เพราะกุ้งก้ามกรามที่เลี้ยงใน จ.กาฬสินธุ์ จะให้เนื้อที่เหนียว แน่น นำมาแต่งปรุงเป็นอาหารได้หลายเมนู ทั้งพล่า เผา ต้มยำ ผัด ทอดกรอบ และประกอบอาหารอื่นๆจึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายมากว่า30ปี
นางดวงจันทร์ กล่าวว่า ถึงแม้กุ้งกรามกรามจะเป็นที่ต้องการของตลาด ขายได้ตลอดปี แต่ระยะหลังจำนวนผู้เลี้ยงและพื้นที่เลี้ยงกุ้งลดลงจากเดิมมาก เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน บางช่วงน้ำไม่เพียงพอ และต้นทุนการผลิตสูง จึงทำให้ลดจำนวนพื้นที่ในการเลี้ยง อย่างไรก็ตาม เมื่อความต้องการบริโภคมีมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ตนและชาวนากุ้งรายอื่นๆ จึงได้จับกุ้งก้ามกรามจำหน่ายแบบยกบ่อ โดยสูบน้ำออกจากบ่อจนหมดและหาแรงงานมาช่วยจับ เพื่อให้จับกุ้งได้ทุกตัว ตัวขนาดโตจับขาย ตัวขนาดเล็กก็คัดแยกออกเพื่อนำไปเลี้ยงต่อไป โดยจำหน่ายที่ปากบ่อกิโลกรัมละ250บาท ขณะที่พ่อค้าคนกลางนำขายส่งกิโลกรัมละ340-500บาท ทำให้คาดว่าในเทศกาลสงกรานต์นี้ มีเงินสะพัดกว่า20ล้านบาททีเดียว