ขณะที่คนงานนำรถไปจอดเติมแก๊ส ให้กับรถ HotMic รีไซกิ้ง เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการทำความร้อนตามขั้นตอนของการทำถนนลาดยาง บนทางหลวงหมายเลข 23 ถนนแจ้งสนิท สายร้อยเอ็ด - เสลภูมิ ระหว่าง กม.136 - 137 อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด จนเจ้าหน้าที่ต้องปิดเส้นทางห้ามสัญจรผ่านกว่า 5 ชั่วโมง และสร้างความหวาดผวาให้กับประชาชนในวงกว้าง เหตุเกิดเมื่อเวลา08.15 น. วันที่ 9 เม.ย.60 ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
หลังรับรายงาน นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผวจ.ร้อยเอ็ด พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ และสั่งการให้ ตำรวจ ขนส่งจังหวัด พลังงานจังหวัด เร่งสอบสวนหาสาเหตุและผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีย่างเร่งด่วน เพราะถือเป็นการกระทำที่ประมาทและเสี่ยงต่อการเกิดโศกนาฏกรรมต่อชีวิตของประชาชน และโชคดีที่ไม่ได้เกิดในเมืองหรือชุมชน ไม่งั้นความเสียหายจะมากกว่านี้ เพื่อหามาตรการ และแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก
นายนเรศวร์ แพงมา วิศวกรชำนาญการ (รักษาราชการแทนพลังงานจังหวัดร้อยเอ็ด ) เปิดเผยว่า พลังงานจังหวัด มีหน้าที่ในการกำกับดูแลเรื่องการอนุญาต การขนส่งแก๊ส โรงบรรจุ สถานีบริการ รวมทั้งถังบรรจุแก๊ส จากการลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นสาเหตุน่าจะเกิดจากความประมาท และมีการลักลอบถ่ายเทแก๊สโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งตามกฏหมาย ห้ามมิให้ผู้ใดบรรจุแก๊สใส่ภาชนะซึ่งมีปริมาณเกินกว่า 50 ลูกบาศก์ ซม. เว้นแต่จะได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับ 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ทราบว่าสาเหตุเกิดจากอะไร คนขับรถ หรือผู้ดำเนินการเป็นใคร เนื่องจากตอนเกิดเหตุได้พากันหลบหนีไปหมด
ร.ต.อ.วชิรวิทย์ คำหวล รอง สว.สอบสวน สภ.ทุ่งเขาหลวง บอกว่า ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นพิเศษ และสั่งการให้ทีมสอบสวน ลงพื้นที่หาหลักฐานอย่างละเอียดและเร็วที่สุด ขณะนี้เราได้อายัดรถที่ได้รับความเสียหายทั้ง 3 คัน ไว้ ห้ามเคลื่อนย้ายจากบริเวณที่กำหนดไว้ จากนั้น จะร่วมกับกองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ภาค 4 ภ.จว.ร้อยเอ็ด พลังงานจังหวัด และวิศวกรจากบริษัทขนส่งแก๊สฯ เข้าตรวจสอบหาสาเหตุอย่างละเอียดร่วมกันอีกครั้งขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งดำเนินคดีกับใคร ล่าสุดได้รับการติดต่อจากหัวหน้าคนงานบริษัทก่อสร้างถนนว่า จะพาคนงานประมาณ 5 ราย ที่อยู่ในเหตุการณ์มาพบ และจะสอบปากคำเป็นพยานไว้ก่อน ขณะเดียวกันบริษัทรถขนส่งแก๊ส ฯ ก็ติดต่อมาว่า จะพาคนขับรถคันต้นเหตุ เข้าให้ปากคำหลังการสอบปากคำเสร็จ จึงจะสรุปได้ว่าสาเหตุเกิดจากความประมาทส่วนบุคคล หรือประมาทร่วม จึงจะตั้งข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ