ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้เชิญตัว นายวีระ พร้อมทีมทนายความเข้าไปให้ปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมงแล้ว และยังไม่มีท่าทีว่าการสอบปากคำจะเสร็จสิ้นท่ามกลางบรรยากาศการลุ้นระทึกของกลุ่มผู้ติดตามกว่า 10 คน ที่เดินทางมาให้กำลังใจ นายวีระ ด้วย
นายวีระ เปิดเผยว่า วันนี้(7 เม.ย.)มารับทราบข้อกล่าวหาทั้งๆ ที่ไม่ได้มีหมายเรียกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เบื้องต้นตนได้ให้การปฏิเสธไป เพราะไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมกับ คปพ.ในวันและเวลาดังกล่าวอย่างแน่นอน แต่ที่มีผู้เห็นตนอยู่ในลานจอดรถสวนสัตว์ดุสิต เพราะตนนัดเจอเพื่อนเพื่อรับของฝากมาจาก จ.นครราชสีมา วันนั้นมีผู้สื่อข่าวมาพบตนก็ยังได้พูดคุยกับผู้สื่อข่าวด้วยโดยสนทนากันในเรื่องการบ้านการเมืองทั่วไป และความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนในฐานะเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่ คปพ.ชุมนุมกันอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามอาคารรัฐสภาแต่อย่างใด
นายวีระ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่ว่าตำรวจออกหมายเรียกอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น คือ ตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ 3 เม.ย.60 ซึ่งตนเดินทางไปเรื่องคดีความที่ บก.ปอท.วันนั้นมีกระแสข่าวออกมาว่า ทางพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต จะเรียกตนเข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการชุมนุมในวันที่ 7 เม.ย.คือวันนี้ แต่ทว่าจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีหมายเรียกเป็นเอกสารส่งไปถึงที่บ้านพักตนแต่อย่างใด ที่สำคัญตนน่าจะเป็นผู้ถูกกล่าวหาเพียงคนเดียวในประเทศไทย ที่พอทราบว่าตำรวจจะออกหมายจับแล้วยังติดตามความคืบหน้าของเอกสารหมายจับด้วยตนเอง โดยก่อนหน้านี้ตนสอบถามมาที่ สน.ดุสิต ได้รับแจ้งว่า ส่งหมายเรียกมาหลายวันแล้วผ่าน สน.โคกคราม ทั้งๆ ที่บ้านพักตนอยู่ในพื้นที่ สน.คันนายาว จากนั้นก็มีหมายจับส่งมาให้ตนทางไลน์ซึ่งไม่ใช่วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย
นายวีระ กล่าวด้วยว่า แต่ถึงกระนั้นเมื่อตนอ่านหมายจับทางไลน์ ตนก็รีบเดินทางมาแสดงความบริสุทธิ์และให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยพนักงานสอบสวนก็ได้ทำการพิมพ์ลายนิ้วมือเอาไว้ ก่อนนัดหมายมาเข้าพบเพื่อสอบปากคำอีกครั้งในวันที่ 21 เม.ย.60 ตนขอยืนยันว่าคนอย่างตนไม่เคยหนีคดี ตนเป็นคนของประชาชน และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หากหลังจากนี้พนักงานสอบสวนโรงพักใดจะออกหมายเรียก ก็ขอทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่ส่งให้ดูทางไลน์เหมือนอย่างกรณีนี้