ที่เกิดเหตุเป็นชุมชนแออัด ลักษณะบ้านไม้สองชั้น ปลูกติดกันจำนวนหลายหลัง บ้านเกิดเหตุเลขที่100/1หมู่ที่14ต.คลองด่านโดยเพลิงได้ลุกลามขึ้นอย่างรวดเร็วและลุกลามไปยังหลังที่ปลูกติดกันมีชาวบ้านส่วนหนึ่ง ใช้กระป๋องและกะละมังช่วยกันตักน้ำลำเลียงเข้ามาสาดใส่ไฟที่กำลังลุกไหม้ไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้างเจ้าหน้าที่ต้องใช้น้ำฉีดสกัดเพลิง ซึ่งใช้เวลาประมาณ1ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ โดยได้รับความเสียหายทั้งหมดจำนวน3หลัง
จากการสอบสวนนางวราวันเพ็งอายุ75อดีตข้าราชการครูให้การว่า บ้านต้นเพลิงเป็นบ้านพักของตนเองซึ่งมีผู้อาศัยจำนวน4คน โดยต้นเพลิงเป็นส่วนที่ต่อเติมด้านหลังมี นาย สำรวย วันเพ็งอายุ77ปี สามีของตนเอง พักอาศัยอยู่ ขณะเกิดเหตุสามีได้ชาร์จโทรศัพท์มือถือทิ้งไว้ในบ้านพักและออกไปทำธุระด้านนอก ส่วนตนเองและบุตรพักอาศัยอยู่ที่ในบ้านด้านหน้า กระทั้งได้ยินเสียงคนตะโกนไฟไหม้ จึงออกมาดูพบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้ จึงรีบตะโกนขอความช่วยเหลือ
เบื้องต้นตำรวจ สันนิฐานว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรจากการเสียบสายชาร์จโทรศัพท์ทิ้งไว้จนทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรจนเกิดประกายไฟลุกไหม้ ซึ่งจะได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บหลักฐานหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง ส่วนค่าเสียหายประเมินเบื้องต้นราว1ล้าน บาท