โดยนายธีรพันธ์ ได้บอกว่า วันนี้เข้าตรวจสอบได้เฉพาะชั้นล่างของอาคาร ซึ่งมีทั้งหมด3คูหา โดยพบว่าโครงสร้างของปูนที่ฉาบไว้หลุดร่อนออกมาทั้งหมด ชั้นสองของอาคารก็มีการต่อเติมและทรุดลงมา เสาอาคารที่รองรับชั้นสองก็ชำรุด จึงไม่อยากให้มีการเข้าใช้พื้นที่ทั้งหมด ส่วนรายละเอียดจะได้ประสานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยเข้ามาช่วยตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง เพราะมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ดีกว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดเพลิงไหม้อาคารพานิชย์4ชั้น ซึ่งเปิดเป็นร้านขายส่งอุปกรณ์พลาสติก กล่องโฟม และเครื่องชั่ง ชื่อ "พัฒนาการชั่ง" บริเวณปากทางเข้าตลาดกลางผักและผลไม้ ศรีเมือง เขตเทศบาลเมืองราชบุรี วอดไป3คูหา โดยเจ้าหน้าที่ต้องนำรถดับเพลิงกว่า20คัน ทั้งในพื้นที่ จ.ราชบุรี และจังหวัดใกล้เคียง มาช่วยระดมฉีดน้ำนานกว่า3ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยุ่ในจำกัด ไม่ลุกลามไปยังห้องข้างเคียงซึ่งมีทั้งร้านขายอะไหล่รถยนต์ และร้านขายรถจักรยานยนต์ยี่ห้อหนึ่ง นอกจากนี้ยังพบผู้เสียติดอยู่ในบริเวณห้องน้ำชั้นล่างของตัวอาคาร ซึ่งทราบชื่อคือนางสาวกัญญา รูปสูง อายุ28ปี ซึ่งเป็นลูกสาวเจ้าของร้านดังกล่าวที่วิ่งขึ้นจะไปเอาของที่ชั้นบนและติดอยู่ในกองเพลิง และยังหาศพไม่พบ เหตุเกิดตั้งแต่ช่วงเวลา15.00น. ของวันที่3เม.ย.60 ที่ผ่านมา
จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ23.00น.ทางญาติๆได้นำเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ให้ช่วยขึ้นไปค้นร่างของลูกสาว หลังจากที่ทางนายสุรพล แสวงศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เสี่ยงอันตรายห้ามเข้า และให้ยุติการค้นหาร่างของผู้เสียชีวิต เนื่องจากเกรงว่าไฟที่ลุกไหม้ตัวอาคารนานทำให้ตัวอาคารนั้นเริ่มทรุดตัว จึงเกรงว่า ถ้าขึ้นไปเพิ่มน้ำหนักในตัวอาคารอาจจะทรุดลงมา และให้เริ่มค้นหาใหม่ในเช้าวันนี้ แต่ทางญาติๆของผู้ตายนั้นไม่ยอม จึงได้เข้าไปค้นหาเอง จนกระทั่งพบศพของนางสาวกัญญา รูปสูง สภาพศพแขนทั้งข้างถูกไฟลวกเล็กน้อยเท่านั้น และนำศพส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิต
เช้าวันนี้(4เม.ย.60) นายธีระพงษ์ คฤหบดี หัวหน้าฝ่ายโยธาธิการและผังเมือง ของเทศบาลเมืองราชบุรี ได้เข้ามาตรวจสอบพื้นที่เพื่อดูโครงสร้างของอาคาร พร้อมกับบอกว่า อาคารหลังนี้มาแล้วกว่า40ปี แต่การจะเข้าตรวจสอบภายในตัวอาคารว่าจะยังสามารถใช้การได้หรือต้องทำการทุบนั้น ต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพร้อมกัน แต่ทางเทศบาลเองก็มีการออกสำรวจอาคารที่ก่อสร้างมานานแล้วอยู่เป็นประจำ ส่วนมูลค่าความเสียหายในเบื้องต้นนั้นน่าจะประมาณ10ล้านบาท
ด้านนางมาลี ภาสุรวัฒน์กุล อายุ53ปี เจ้าของร้านขายอะไหล่รถยนต์ซึ่งอยู่ติดกับอาคารที่ถูกไฟไหม้ ก็บอกว่าก่อนที่ไฟจะไหม้ลุกลามขนาดนี้ ทางเจ้าของร้านได้มาบอกให้ตนนั้นช่วยโทรศัพท์แจ้งดับเพลิงให้มาช่วยดับไฟในบ้านด้วยเพราะ มีประกายไฟออกมาจากหลังบ้าน จากนั้นก็มีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว ทั้งที่รถดับเพลิงก็มาเร็ว แต่ดับไม่ทันเพราะข้างในนั้นมีเชื้อเพลิงที่ทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วจำนวนมาก ตนต้องให้คนงานในร้านออกจากร้านให้หมด ไม่ต้องห่วงอะไรแต่ให้ชีวิตปลอดภัยไว้ก่อน ส่วนข้าวของนั้นก็ถูกไฟไหม้บางส่วน แต่ไม่ได้เสียดายเพราะชีวิตสำคัญกว่า