เนชั่นทีวี

ข่าว

ไฟไหม้ชุมชนย่านบางพลี วอดกว่า 30 หลัง เสียชีวิต 1 ราย

02 เม.ย. 2560 | lastman

ไฟไหม้ชุมชนย่านบางพลี วอดกว่า 30 หลัง เสียชีวิต 1 ราย

คืนวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้ชุมชนใต้สะพานคลองชวดลากข้าว ย่านบางพลี วอดไปกว่า 30 หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ส่งผลให้รถติดยาวกว่าสิบกิโลเมตร


เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 1 เมษายน ร.ต.อ.ชวนัย มารศรี รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางแก้ว สมุทรปราการ รับแจ้งเกิดเพลิงลุกไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในชุมชนใต้สะพานคลองชวดลากข้าว ถนนบางนา-ตราดขาออก หลักกิโลเมตรที่ 12 มุ่งหน้าจังหวัดชลบุรี หมู่ 13 และหมู่ 17 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผกก.สภ.บางแก้ว และรถดับเพลิงเทศบาลตำบลบางพลี และเทศบาลใกล้เคียงกว่า10 คัน เดินทางเข้าตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุบริเวณใต้สะพานข้ามคลองชวดลากข้าว ซึ่งมีประชาชนไปปลูกสร้างบ้านเรือนแบบชั้นเดียวอยู่ใต้สะพานดังกล่าวกว่าร้อยหลังคาเรือน พบเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านเรือนประชาชนที่ปลูกสร้างกันแบบง่าย ๆ และกองกระดาษและพลาสติกของเก่าร่วมทั้งไม้พาเลทจำนวนมาก โดยเพลิงได้ลุกโหมอย่างรุนแรงและลุกลามขยายเป็นวงกว้างไปลุกไหม้บ้านเรือนประชาชนที่ปลูกสร้างอยู่ติดกัน

โดยมีเปลวไปลุกท้วมแลบออกมาสองข้างสะพานสูงกว่า 3 เมตรและมีกลุ่มควันสีดำจำนวนมากลอยฟุ้งกระจายปกคลุมถนนและภายในชุมชนที่เกิดเพลิงไม้ ทำให้ประชาชนที่ขับรถสัญจรไปมาไม่กล้าขับรถผ่านต่างพากันจอดขวางถนน ทำให้การจราจรขาออกมุ่งหน้าชลบุรี รถไม่สามารถผ่านไปได้จอดติดยาวกว่า 10 กิโลเมตร ติดยาวไปจนถึงสี่แยกบางนา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบ

ขณะเดียวกันพื้นสะพานด้านล้างพบว่าถูกเปลวไฟเผาผลาญเป็นเวลานานทำให้ผิวปูด้านล่างเกิดการแตกร้าวตกลงมา และพื้นถนนบริเวณช่องเลนด่วนได้เกิดการแอ่นตัวลง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการปิดการจราจรเอาไว้ 2 ช่องเดินรถปล่อยให้รถวิ่งผ่านได้เพียงช่องทางเดียว เพื่อระบายการจราจรที่คับคลั่ง นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุยังพบว่ามีผู้ถูกไฟคลอกเสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อภายหลังชื่อนาย สมบัติ ไม่ทราบนามสกุล อายุ 65 ปี ถูกไฟคลอกเสียชีวิตในกองเพลิง

จากการสอบสวนนายฉลอง คำดี อายุ 32 ปี พักอาศัยอยู่บ้านพักช่วงคอสะพาน ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังนั่งดูทีวีอยู่ในบ้าน ได้พบเห็นว่าไฟลุกไหม้ขึ้นที่บ้านของนายอำนวย ไม่ทราบชื่อที่อายุ ประมาณ 52 ปี ซึ่งปลูกอยู่ด้านในริมคลอง ก่อนที่เพลิงจะลุกลามอย่างรวดเร็ว ตนและชาวบ้านคนอื่นๆ จึงได้รีบวิ่งหนีตายกันออกจากบ้าน โดยที่ไม่ได้หยิบทรัพย์สินติดตัวมาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว และพยายามช่วยกันใช้กระป๋องตักน้ำในคลองขึ้นมาสาดดับไฟ แต่ไม่สามารถสกัดเพลิงเอาไว้ได้เพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ไม่ทันไฟได้ลุกไหม้บ้านเรือนของชาวบ้านจนวอดไปกว่า 30 หลังคาเรือน

และจากการสอบถามชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้พบเห็นนายอำนวย ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาสุรา ได้นั่งก่อเตาฟื้นเพื่อหุงข้าว หลังจากนั้นนายอำนวย ได้เดินออกจากบ้านไปพักใหญ่ ได้เกิดไปลุกไหม้บ้านของนายอำนวย และลุกลามไปลุกไหม้บ้านหลังอื่นๆ ที่อยู่ติดกัน

ขณะที่นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางมาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง พร้อมด้วย นายสยาม ศิริมงคล รองผู้ว่าฯ ได้สั่งการณ์ในทางอำเภอบางพลีทำการตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ ให้ผู้เสียหายที่ถูกเพลิงไหม้มาแจ้งชื่อเพื่อหาทางช่วยเหลือ
นอกจากนี้ยังสั่งการให้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ห้องประชุมหลังเก่าของ อบต.บางพลีใหญ่ เพื่อให้ผู้ที่บ้านพักถูกไฟไหม้ได้เข้าพักพิงชั่วคราว เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

ขณะเดียวกันได้สั่งห้ามเข้าพื้นที่ใต้สะพานที่เกิดเพลิงไหม้ด้านใต้สะพานเนื่องจากเกรงว่าเศษของอิฐและปูนจะหล่นใส่ได้รับอันตราย พร้อมทั้งประสานแขวงการทางให้จัดส่งผู้เชียวชาญ ด้านโครงสร้างเข้าตรวจสอบถึงความแข็งแรงของสะพานอีกครั้งเพื่อความปลอดภัย

นอกจากหนี้ยังได้ประสานเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานมาทำการตรวจหาวาเหตุการณ์เกิดไฟไหม้ในครั้งนี้โดยละเอียดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งคาดว่าทั้งสองหน่วยงานที่กล่าวมานี้น่าจะเข้าทำการตรวจสอบได้ในช่วงสายของวันที่ 2 เมษายน 2560 ส่วนค่าเสียหายเบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปได้คงต้องรอการตรวจสอบ

ข่าวล่าสุด