(24 มี.ค.2560) ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายวัน เรียงเงิน อายุ 70 ปี และนายสมศักดิ์ เรียงเงิน อายุ 35 ปี พี่ชายและน้องชายของนายชอบ เรียงเงิน อายุ 58 ปี ชาวจ.สุรินทร์ เจ้าของช้างพังโย อายุประมาณ 50 ปี ซึ่งถูกคนร้ายขโมยมาจากพื้นที่ จ.กระบี่ เมื่อปี 2546 ( 14 ปีก่อน)
เข้าพบเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมภูเก็ต เพื่อขอความขอความช่วยเหลือ หลังสืบทราบว่าช้างพังดังกล่าวอยู่ที่ปางช้างแห่งหนึ่งใน ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต แต่หลังเจรจาและไม่สามารถนำช้างกลับคืนมาได้ เนื่องจากเจ้าของปางช้างอ้างว่า ได้ซื้อช้างเชือกดังกล่าวต่อมาในราคาที่ค่อนข้างสูงมาก
โดยนายวัน เรียงเงิน ได้ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต ว่า ช้างพังโยเป็นช้างของน้องชาย คือ นายชอบ เรียงเงิน อายุ 58 ปี จดตั๋วรูปพรรณช้างเมื่อเดือนกรกฎาคม 2544 ที่ จ.สุรินทร์ และได้นำช้างมาทำงานกับปางช้างในพื้นที่ จ.ภูเก็ต-พังงา และต่อมาในปี 2546 ได้นำช้างพังโยไปทำงานที่ปางช้างแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.กระบี่ ซึ่งขณะนั้นช้างพังโยกำลังตั้งท้อง
หลังจากเสร็จงานประจำวันก็ได้นำไปผูกไว้ในป่าใกล้ๆกับปางช้าง แต่เช้าวันรุ่งขึ้นกลับไม่พบช้างพังโยแล้ว พบเพียงรอยยางรถเข้ามาจอดบริเวณที่ผูกช้างไว้ และได้พยายามติดตามช้างพังโยมาตลอด 14 ปี จนกระทั่งล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีพลเมืองดีส่งภาพช้างพังโยมาให้ เพื่อตรวจสอบตำหนิรูปพรรณว่า ใช่เชือกเดียวกันหรือไม่
ซึ่งจากภาพค่อนข้างแน่ชัดว่าเป็นช้างพังโย จึงเดินทางมายัง สภ.ฉลอง เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารเรือจากฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ เข้าตรวจสอบตั๋วรูปพรรณช้าง และตรวจเลขไมโครชิพช้าง ซึ่งตั๋วรูปพรรณของตนที่นำมาด้วยนั้นเป็นตั๋วรูปพรรณที่ทำไว้เมื่อประมาณปี 2544 ที่จังหวัดสุรินทร์ ก่อนที่ช้างจะหาย
โดยระบุชื่อพังโย มีตำหนิที่ขาหลังช้างทั้งสองข้าง ซึ่งมีรอยเชือกรัด ซึ่งเป็นตัวเดียวในโลกเลยก็ว่าได้ และไมโครชิพในตั๋วระบุ เลขที่ 121675455 จากการตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจเลขไมโครชิพ พบว่าตรงกัน เครื่องตรวจแจ้งระบุเลขเดียวกัน และตนก็มีภาพของพังโยก่อนจะหายไปเมื่อประมาณ 14 ปีที่ผ่านมา มาแสดงด้วย
ส่วนตั๋วรูปพรรณของปางช้างที่มาแสดงระบุ ว่าชื่อพังน้ำเพชร มีตำหนิเดียวกัน แต่เลขไมโครชิพ ระบุเป็นเลขที่ 121675544 ซึ่ง 3 ตัวหลังคลาดเคลื่อน รวมถึงระบุขอออกตั๋วฯ ที่จังหวัดหนึ่งในภาคใต้ จึงมีความมั่นใจว่าช้างเชือกดังกล่าวเป็นของตนเอง 100 เปอร์เซ็นต์จากการพูดคุยกับเจ้าของปางช้างทราบว่า ได้ซื้อช้างพังโย หรือพังน้ำเพชรมาในราคา 1.4 ล้านบาท จากเจ้าของก่อนเดิม จึงเป็นเรื่องยากที่จะมอบคืนให้ โดยเจ้าของปางระบุว่าให้ไปฟ้องร้องเอาแต่ตนไม่ต้องการให้เป็นเรื่องราวเพียงต้องการช้างของครอบครัวคืนมาเท่านั้น และหากได้คืน ก็ยินดีที่จะไม่เอาความใดๆ กับเจ้าของปาง แต่ถ้าไม่สามารถคืนช้างให้ได้ ตนก็ต้องแจ้งความดำเนินคดีตามช่องทางเพื่อเอาช้างกลับคืนมา
ทั้งนี้เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมฯ ได้ให้ทั้งสองเขียนคำร้องและมอบหลักฐานต่างๆไว้ ก่อนนัดหมายทั้งสองให้มาพบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ปศุสัตว์ และอำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อลงพื้นที่ไปเจรจากับทางเจ้าของปางช้างอีกครั้ง