เมื่อวันที่ 21 มีนาคม นายสืบศักดิ์ เอี่ยมพิจารณ์ ผวจ.แม่ฮ่องสอน ได้เดินทางไป ประชุมมอบนโยบายและการดำเนินการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟอันเนื่องมาจากการเผาป่า ที่อำเภอแม่สะเรียงจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยได้มีการพบปะกับหัวหน้าส่วนราชการ และขอความร่วมมือกับราษฎร ในการร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและ หมอกควันไฟป่า โดยก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา ผวจ.แม่ฮ่องสอน ได้ลงพื้นที่ อำเภอขุนยวม แล้วเช่นกัน
สำหรับการเดินทางไปขอความร่วมมือกับราษฎรดังกล่าว ได้เกิดขึ้นหลังจากสถานการณ์ไฟป่า ไม่มีทีท่าจะยุติ และกลับรุนแรงเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากรายงานของศูนย์อำนวยการควบคุมและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟป่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน พบว่า จุดความร้อนจากไฟป่า ในห้วงระหว่าง 1 มกราคม20 มีนาคม 2560 พุ่งพรวดสูงถึง 695 จุด มากกว่าปี 2559 ที่ผ่านมาถึงเท่าตัว คือในห้วง 1 มกราคม20 มีนาคม 2559 ดาวเทียมพบจุดความร้อนเพียง 339 จุด ในขณะที่ล่าสุดเฉพาะ วันที่ 20 มีนาคม 2560 พบจุด hotspot จำนวน 51 จุด ขณะที่รายงานคุณภาพอากาศ จากเพจอากาศบ้านเฮา ของวันนี้ ( 21 มี.ค.) คุณภาพอากาศเกินมาตรฐาน และช่วงชั่วโมงวิกฤต เวลา 08.00 น. ค่าฝุ่นละอองมลพิษจากควันไฟป่า สูงถึง 157 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 125 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยมีการประเมินว่า สถานการณ์จะรุนแรงมากขึ้นอีก
จากสถานการณ์ด้านไฟป่าของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ล่าสุดทางผู้ว่าราชการจังหวัด ได้อนุมัติคำสั่ง แผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า ด้วยการให้ผู้นำหมู่บ้าน ได้แก่ กำนัน และ ผู้ใหญ่บ้านทุกแห่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน402หมู่บ้าน ในใช้กฎหมายของผู้ใหญ่บ้านและกำนัน ในการออกกฎห้ามราษฎร ที่เป็นพรานป่าล่าสัตว์ และ ราษฎรที่มีวิถีชีวิตในการเก็บหาของป่า เพื่อเลี้ยงชีพ ออกไปล่าสัตว์และหาของป่าโดยเด็ดขาด โดยจะมีการตั้งชุดปฏิบัติการ ทำการตรวจค้นบุคคลที่จะเข้าป่า และยึดไฟแช๊ค เพื่อไม่ให้นำไปลอบเผาป่าอีกต่อไป
นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ทางกรมควบคุมไฟป่า ได้ออกประกาศเตือนราษฎรที่ลอบเผาป่า ว่าจะมีโทษหนัก โดยหากพบลอบเผาป่าโทษหนักคุกถึง 15 ปี ปรับ 1.5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งคาดว่ามาตรการดังกล่าว จะสามารถบรรเทาปัญหาไฟป่า ให้ลดลงได้เป็นอย่างดีขณะที่เวลา 10.00 น.วันเดียวกัน นายอุดม หมั่นศึกษา ผู้ใหญ่บ้าน บ้านแม่เงา ต.แม่เงา อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมหน่วยงานเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ผู้ช่วย ผรส.อาสาสมัครชุดล่าตระเวนไฟป่า ได้ตั้งจุดตรวจผู้เข้าออกป่าและได้ล่าตระเวนเข้าป่า และสามารถตรวจยึด ไฟแช๊ค ของผู้ที่เข้าป่าเพื่อหาของป่า ได้จำนวน 2 อัน
สำหรับงบประมาณในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟป่า ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีจำนวน 57 ล้านบาท และได้รับอุดหนุนมาจาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอีกจำนวน 8.6 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 65.6 ล้านบาท ซึ่งได้จ่ายให้แก่หมู่บ้านทั้งจังหวัด จำนวน 402 หมู่บ้าน โดยจังหวัดจ่ายให้หมู่บ้านละ 6,500 บาท ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ่ายหมู่บ้านละ 21,600 บาท แต่ละหมู่บ้านจะได้รับเงินทั้งสิ้น 28,100 บาท รวมงบประมาณที่จ่ายให้หมู่บ้านเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า เป็นเงินทั้งหมด จำนวน 11,296,200บาท คิดเป็นร้อยละ 7.41 ของงบประมาณในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟป่าทั้งสิ้น 65.6 ล้านบาท
ทั้งนี้ ผวจ.กล่าวในวันที่มอบเงินให้แก่หมู่บ้านในเขตพื้นที่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ว่า หลังจากนี้เมื่อมอบเงินให้เพิ่มไปอีก หากยังไม่สามารถควบคุมไฟป่าให้ลดลงได้ในปีต่อไปก็จะไม่ให้งบประมาณอีก และให้ผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่บ้านพิจารณาตัวเองในการประเมินผลงานทุก5ปี หมู่บ้านใดที่ยังคงมีไฟป่าเกิดขึ้นผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านนั้นจะต้องรับผิดชอบการประเมินการทำงานก็อาจจะไม่ผ่าน
นายธนกฤต แจ้งจำรัสศิลป์ นายอำเภอปาย ได้รายงานผลการปฏิบัติการดับไฟป่า มายังศูนย์อำนวยการควบคุมป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟป่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน จากการรายงานพบว่า ศูนย์ป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟป่า ของอำเภอปาย ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่และราษฎร ออกไปทำการดับไฟป่า ตามจุดฮอทสปอตที่ได้รับแจ้งจากศูนย์อำนวยการควบคุม ฯ ของจังหวัด และการออกลาดตระเวนไปพบไฟป่า ในพื้นที่ต่าง ๆ และได้ทำการดับไฟป่า 8 ครั้ง รวมจำนวน 114 ไร่ และอีก 2 จุด ไม่สามารถเข้าถึงได้เนื่องจากเป็นเทือกเขาสูงชัน นอกจากนั้น พบว่า ยังมีการลอบเผาป่า ใกล้กับมอนทิส รีสอร์ทใกล้ตัวเมือง ทางเทศบาลตำบลปายร่วมกับ อส.อ.ปาย หน่วยทหาร และราษฎร ดำเนินการเข้าไปดับไฟป่าจนสำเร็จ หากลุกลามติดรีสอร์ทจะส่งผลเสียหายจำนวนมาก ทั้งนี้รีสอร์ทดังกล่าว เป็นรีสอร์ทที่ใช้งบประมาณในการก่อสร้างเกือบ 20 ล้านบาท
ล่าสุดเวลา 09.30 น. ศูนย์ป้องกันไฟป่าหมอกควัน อ.ปางมะผ้า รับแจ้งเหตุไฟป่า บริเวณริมทางหลวงแผ่นดิน กม.158-161 จุดชมวิว บ้านหลุกข้าวหลาม จึงได้ประสานหน่วยงานเคลื่อนที่ เข้าระงับเหตุ ดังนี้ 1.ชุดปฏิบัติการดับไฟป่า บ้านหลุกข้าวหลาม 2.ชุดปฏิบัติการ ร้อย ร.1721 ฐานบ้าน จ่าโบ่ 3.ชุดปฏิบัติการ บรรเทาสาธารณภัย อบต.ปางมะผ้า เร่งเข้าไปทำการดับไฟป่าที่เกิดขึ้น
ขณะที่เวลา 08.30 - 11.30 น.ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ร่วมกับ นายก อบต.ห้วยปูลิง สถานีควบคุมไฟป่าแม่ฮ่องสอน กำนันตำบลห้วยปูลิง เข้าร่วมโครงการอบรมให้ความรู้การป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ของ อบต.ห้วยปูลิง และร่วมมอบอุปกรณ์สนับสนุนภารกิจป้องกันแก้ไขไฟป่าหมอกควัน โดยมีผู้นำชุมชน ส.อบต. และราษฎรพื้นที่ใกล้เคียง ที่ทำการ อบต.ห้วยปูลิง เข้าร่วม
ในการนี้ได้พูดคุยเพื่อทำความเข้าใจองค์ความรู้เกี่ยวกับไฟป่า โดย ผช.หน.สถานีควบคุมไฟป่า มส. ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเพื่อทำความเข้าใจบริบทและสภาพพื้นที่ ต.ห้วยปูลิง ซึ่งเป็นภูเขาสูงชัน มีสภาพป่าที่แตกต่างกับพื้นราบ อีกทั้งยังมีวิถีชีวิตการหาอยู่หากินแนบชิดป่า การทำไร่ที่จำเป็นต้องมีการเผาเพื่อทำลายเศษวัชพืช ในการนี้ปัญหาที่ผ่านมา โดยอ้างอิงจาก จุดHotspot26 จุดที่เกิดขึ้น ล้วนแต่เกิดขึ้นบริเวณป่าสักนวมินทร์ ลุ่มน้ำปาย และลุ่มน้ำแม่สะมาด สาเหตุล้วนเกิดจากริมน้ำ และป่าลึก
โดยสันนิษฐานว่า เกิดจากการหาของป่า ซึ่งไฟที่ลุกลามเหล่านี้ล้วนควบคุมยาก มีความอิสระ ด้วยสภาพพื้นที่และความจำกัดหลายๆอย่าง และเป็นต้นเหตุให้เกิดไฟป่าในพื้นทีตำบลแห่งขุนเขานี้ จึงหามาตรการให้เหมาะสมกับพื้นที่ โดยประกาศปิดป่า ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. - 30 เม.ย. 2560 หากจำเป็นต้องเข้าไปใช้สอยป่าเพื่อดำรงชีพจริงๆ จะต้องแจ้งผู้นำชุมชนให้รับรองทุกครั้ง โดย ศูนย์ฯอำเภอ + ชุมชน จัดชุดลาดตระเวน เพื่อรองรับมาตรการนี้ การเผาไร่การเกษตร จะเกิดขึ้นตั้งแต่ ต้นเดือนเมษายน จึงเน้นย้ำขอความร่วมมือ ให้แจ้งผู้นำชุมชนทุกครั้ง ทุกคน และกำหนดห้วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อลดHotspotที่ไม่จำเป็นส่วนการท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอนได้รายงาน สรุปสถิติเที่ยวบิน อัพเดทข้อมูลล่าสุดวันนี้ ว่า เครื่องบินโดยสารได้ทำการ ยกเลิกเที่ยวบินในห้วงภาวะหมอกควันไฟป่า ไปจำนวน 6เที่ยวบิน และเดินทางล่าช้า ( ดีเลย์ ) จำนวน 12เที่ยวบิน และมีการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากหมอกควันไฟป่าที่หนาทึบด้วยการ เปลี่ยนแบบอากาศยาน ที่ให้บริการ จากเครื่องบิน ขนาด บรรทุก 64 ที่นั่ง เป็น ขนาดบรรทุก 12 ที่นั่ง จำนวน44เที่ยวบิน
ศูนย์อำนวยการควบคุมการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันไฟป่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผย ข้อมูล ด้านจุดความร้อนจากการเกิดไฟป่า ในพื้นที่ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ของวันนี้ ว่า จุดความร้อนจากไฟป่าในปี 2560 พุ่งพรวดสูงถึง 695 จุด มากกว่าปี ที่ผ่านมาถึงเท่าตัว คือในห้วง 1 มกราคม 20 มีนาคม ที่มีเพียง 339 จุด และในห้วงเดียวกัน ของปี พ.ศ.2560 พบจุดความร้อนสูงถึง 695 จุดในขณะที่ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2560 พบจุดhotspot จำนวน 51 จุด