พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างการสืบสวนหาข้อมูลทางภาคพื้นดินและสอบปากคำพยานไปแล้วกว่า 10 ปาก ส่วนบริเวณต้นเพลิงนั้น อยู่ที่กองกิจการที่ 3 ชั้น 4 ของอาคาร รับผิดชอบสำนักงานประปาภูมิภาคที่ 1 พื้นที่ภาคตะวันออก และ สำนักงานประปาภูมิภาคที่ 8 พื้นที่อีสานใต้ เมื่อถามเก็บเอกสารเป็นเอกสารเกี่ยวกับอะไร ก็ได้ทำการตรวจสอบพบว่า เป็นเอกสารเกี่ยวกับการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ระดับล่างที่อยู่ภูมิภาค รายงานผลปฏิบัติงานค่าใช้จ่ายรายได้เข้ามาสู่ส่วนกลาง เพื่อประมวลเรื่องให้รองผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาคที่รับผิดชอบพิจารณา ทั้งนี้ห้องด้านข้างมีเอกสารเกี่ยวข้องกับ สตง. แต่ก็ไม่มีผลอะไรเพราะมีระบบการจัดเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์
เมื่อถามว่าเป็นเอกสารเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า ยังไม่แน่ใจ แต่ได้สั่งการทำให้การตรวจสอบเพิ่มเติมกับวิศวกรผู้ควบคุมอาคาร ซึ่งอาคารดังกล่าวก่อสร้างมาแล้ว 35 ปี นอกจากนี้ได้สอบถามถึงการตรวจสอบความปลอดภัยอาคารทราบว่า ได้ทำการตรวจสอบมาเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่พบว่าระบบการป้องกันอัคคีภัยสมัยใหม่สปริงเกอร์พ่นน้ำดับไฟยังไม่มี อย่างไรก็ตาม อาคารดังกล่าวช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ของทุกวัน จะมีการสับสวิตซ์ตัดกระแสไฟฟ้า แต่ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. ยังไม่ได้มีการตัดกระแสไฟฟ้า ทั้งนี้ ยังไม่ตัดประเด็นอะไรทิ้ง รวมถึงสอบปากคำผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค รองผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาค และผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบปากคำให้ชัดเจน