ไม่ว่าภาพลักษณ์ของตำรวจจะเป็นอย่างไร การเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ดูเหมือนก็ยังเป็นความใฝ่ฝันของเด็กผู้ชายไม่น้อย แต่อีกไม่น้อยก็ยังมองอาชีพตำรวจด้วยความหวาดระแวง
สิบตำรวจตรี สังกัดกองบังคับการตำรวจจราจร ผู้นี้ไม่เคยคิดที่อยากจะเป็นตำรวจ แต่หลังจากได้เข้ามาทำหน้าที่ในเครื่องแบบจริงๆความคิดก็เปลี่ยนไป ความรู้สึกรังเกียจที่เคยมีต่ออาชีพนี้ ได้กลายเป็นความภาคภูมิใจ
"อาชีพตำรวจมันก็เหมือนผ้าขี้ริ้ว ถึงจะสกปรกแต่ทุกบ้านก็ต้องมี แต่ถ้าได้ทำแล้วเห็นประชาชนยิ้มมีความสุขเราก็มีความสุขแล้วครับกับอาชีพนี้ภาพลักษณ์ มันแย่ พวกผมเหมือนผ้าเช็ดทำความสะอาดโต๊ะ ถ้าเกิด ปปช เกลียดไม่ว่า ถ้าเดือดร้อน ก็พร้อมรับใช้เหมือนเดิม"
กว่าจะมาเป็นตำรวจได้ต้องผ่านขั้นตอนทั้งการเรียน การสอบ การฝึก มันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่ใครๆจะเข้ามาเป็นตำรวจได้ แต่เพราะความฝันและความอดทนจึงทำให้สิบตำรวจตรีรายนี้พากเพียรจนได้เข้ามาอยู่ในอาชีพ แม้รู้ดีว่าภาพลักษณ์ขององค์กรไม่ได้สวยงามอย่างวาดฝันไว้
นอกจากเสียงสะท้อนของประชาชนที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กรตำรวจด้วยการปฎิรูป เสียงของตำรวจผู้น้อยทุกคนต่างฝากความหวังไว้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่มีอำนาจเด็ดขาดในรัฐบาลปัจจุบัน หวังอยากจะให้เร่งดำเนินการปรับปรุงปฏิรูปตำรวจทั้งระบบ ทั้งเงินเดือนสวัสดิการ โดยเฉพาะเรื่องของแหล่งที่อยู่อาศัย
เมื่อเฉลี่ยรายได้ต่อเดือนที่ได้รับรวมทั้งหมดกว่า 15,000 บาท แบ่งเป็นเงินเดือน 10,760 บาท ค่าตำแหน่ง 3,000 บาท ค่าครองชีพชั่วคราว 2,000 บาท นี่ยังไม่รวมค่าที่พักที่ต้องเช่าอยู่อาศัย เพราะแฟลตตำรวจไม่เพียงพอต่อจำนวนตำรวจใหม่ และถ้าจะมีการปฎิรูปตำรวจขึ้นจริง สวัสดิการ ก็เป็นเรื่องลำดับต้นๆที่ต้องการให้แก้ปัญหา
เหรียญมีสองด้านยังไง อาชีพตำรวจก็เช่นกันมีทั้งคนดีและไม่ดีในขณะที่สังคมมองภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจติดลบ พยายามเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มความมั่นใจนี่กลับเป็นเรื่องท้าทายของนายตำรวจรายนี้ ที่มีความพยายามจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้เพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทุกรูปแบบ โดยได้เรียนรู้รูปแบบการเกิดและการป้องกันอาชญากรรมที่เมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และได้นำมาเสนอต่อผู้บังคับบัญชานำมาประยุกต์ใช้ในไทย กระทั่งมีการนำมาทดลองใช้ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลและเมืองพัทยา
หากการปฎิรูปเกิดขึ้นจริง โมเดลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติของมหานครนิวยอร์ก เป็นสิ่งที่นายตำรวจรายนี้อยากให้มีการนำมาใช้กับประเทศไทย และเชื่อว่ายังมีตำรวจที่ดีอีกจำนวนมากที่พร้อมจะทุ่มเทเพื่อช่วยกันปรับภาพลักษณ์ให้ดีขึ้น