เนชั่นทีวี

ข่าว

PRIME TIME กับเทพชัย ตำรวจไทย99.99% ดีจริง? | ตอนที่ 1/3 | 18-03-60

21 มี.ค. 2560 |

PRIME TIME กับเทพชัย ตำรวจไทย99.99% ดีจริง? | ตอนที่ 1/3 | 18-03-60

ระบบและการทำงานของตำรวจถูกวิพากวิจารณ์และถูกเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนโดยใช้โรดแมปการปฎิรูปตำรวจ แต่ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้มีการพูดกันมานับครั้งไม่ถ้วน คำถามที่ตามมาคือ องค์กรตำรวจได้มีการปฎิรูปไปอย่างไรแล้วบ้างและสิ่งที่สังคมต้องการเห็นจากการเปลี่ยนแปลงนี้คืออะไร

และคงไม่มีคำพูดไหนที่สร้างเสียงหัวเราะปนความฉงนให้กับคนไทยได้มากไปกว่าคำพูดประโยคนี้ของพลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่บอกว่าตำรวจดี 99.99 เปอร์เซ็น
เป็นความพยายามของ พล.ต.ท. ศานิตย์ที่จะปกป้องการทำงานของตำรวจท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของคนในสังคม โดยเฉพาะจากวงเสวนาวิชาการขององค์กรต่อต้านคอรัปชั่น (ประเทศไทย) ที่ตั้งคำถามกระหึ่มทั้งเมืองว่า "ตำรวจไทยมีไว้ทำอะไร" เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ก็เป็นความเห็นที่ดูเหมือนจะสวนทางกับความรู้สึกของคนในสังคมทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
ถ้าตำรวจไทยมากกว่า 99 เปอร์เซ็นเป็นตำรวจดีจริง คำถามก็คือ ทำไมจึงข่าวคราวที่ปรากฏเกี่ยวกับตำรวจจึงเป็นเรื่องลบแทบทั้งสิ้น และทำไมจึงมีเสียงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปตำรวจตลอดเวลา แม้แต่ชาวบ้านทั่วไป ก็ยังต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังในวงการตำรวจ
ประชาชนรับรู้เรื่องการปฎิรูปตำรวจแต่ไม่เคยเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หากเสียงของพวกเขาสามารถสะท้อนไปถึงผู้มีอำนาจ คำถามคือ คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ทำอะไรไปบ้าง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือมีการปฎิรูปตำรวจ สิ่งที่คาดหวังก็คงหนีไม่พ้นอยากเห็นวงการตำรวจไทยมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในยุคที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติมีอำนาจ เหมือนหนังที่ฉายซ้ำไปซ้ำมา ทุกครั้งที่เกิดปัญหาบ้านเมืองวิกฤติ คำว่า ปฎิรูปตำรวจจะถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกันในสังคม
ล่าสุด สัญญาณการเดินหน้า ปฎิรูปตำรวจดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล แนวทางการปฏิรูปตำรวจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นในเรื่อง การแต่งตั้งโยกย้ายเป็นหลัก นั่นคือจะมี คณะกรรมการกลั่นกรองหรือ บอร์ดในระดับจังหวัด ระดับภาค มาจนถึงระดับส่วนกลาง รวมไปถึงคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)
คณะกรรมการกลั่นกรองระดับล่างขึ้นมาจะมีอำนาจในการพิจารณาแต่งตั้งโดยที่ในระดับจังหวัด จะมีระดับผู้บังคับการจังหวัดนั้น มีอำนาจในการแต่งตั้งด้วย แต่ในที่สุดก็ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้พิจารณาชี้ขาดในขั้นตอนสุดท้าย มีเสียงวิพากวิจารณ์ตามว่าการคลายปมเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายจะเป็นวิธีการปฎิรูปจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ถึงแม้ คสช. ได้วางการปฏิรูปตำรวจให้เป็นวาระเร่งด่วน แต่ดูเหมือนสังคมก็ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่สัมผัสได้
คำสั่งของ คสช. ที่ออกมาเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจให้ความสำคัญเฉพาะกับกระบวนการแต่งตั้งตำแหน่งระดับสูง เพื่อป้องกันการวิ่งเต้นและการแทรกแซง แต่ยังไม่ใช่เป็นหลักประกันว่าการแต่งตั้งจะมีความโปร่งใสหรือเป็นธรรมได้จริงๆ
ล่าสุด สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้เห็นชอบรายงานปฏิรูปตำรวจของกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เกี่ยวกับการปรับปรุงองค์ประกอบคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเพื่อให้เป็นองค์กรบริหารงานบุคคลอิสระจากฝ่ายการเมือง และให้ความเห็นชอบผู้ที่จะดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ขณะ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ตั้ง คณะทำงานขับเคลื่อนและประสานงานการปฏิรูปองค์กรตำรวจขึ้น วางเป้าหมายปฏิรูป 3 ระยะ และกำหนด 10 ประเด็น แต่จนถึงทุกวันนี้ความพยายามในการปฏิรูปตำรวจก็ยังไม่ปรากฏผลอะไรที่เป็นรูปธรรม
เวทีเสวนาขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น(ประเทศไทย) ในหัวข้อเรื่อง "ตำรวจไทย มีไว้ทำอะไร" เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ปัญหาของตำรวจไทยถูกตีแผ่ และตอกย้ำความจำเป็นที่ต้องมีการปฏิรูปวงการตำรวจอย่างจริงจัง
แต่ถ้าแม้แต่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลยังยืนยันว่าตำรวจ 99.99 เปอร์เซ็น เป็นตำรวจดีก็คงเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าตำรวจมองตัวเองอย่างไร และคำถามที่ต้องตอบคือทำไมสังคมถึงเจอแต่ตำรวจไม่ดีที่มีเพียง 00.01 เปอร์เซ็นต์
เมื่อย้อนกลับมาทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นจะพบว่า ปัญหาเดิมๆที่เกี่ยวกับกระบวนการสอบสวนเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ถูกวิจารณ์จากสังคมอย่างมาก
ตั้งแต่คดีครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตรที่ถูกศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำคุก 3 ปี 2 เดือน ก่อนที่ต่อมาจะออกมาต่อสู้ โดยอ้างว่าไม่ได้ขับรถชนคนตาย แต่ต้องติดคุกฟรีไปแล้ว 1 ปี 6 เดือน
หรือแม้แต่ ล่าสุด กรณีนายสิทธ์สวัสดิ์ หรือ หนึ่ง เอี่ยมลาภะ อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งถูกพบเป็นศพอยู่ภายในห้องขังของ สน.บางนา หลังถูกตำรวจควบคุมตัวมาจากด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ จุดตั้งบริเวณ ถนนเทพรัตน กม.1 (ถนนบางนา -ตราด) ด้านขาออก แล้วถูกเป่าแอลกอฮอล์ ตรวจวัดแอลกอฮอล์ ในกระแสเลือดได้ 170 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงแจ้งข้อหาเมาแล้วขับ ขณะเป่านั้นเกิดหมดสติ ตำรวจจึงนำขึ้นรถไปยัง สน. เพื่อคุมขัง ก่อนเสียชีวิต
ขณะที่สถิติการเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของตำรวจ มีทุกลักษณะ ทุกหน่วยทั่วประเทศ อาทิเช่น ตำรวจกระทำผิดกฏหมาย ทำผิดวินัย ไม่รับแจ้งความ หรือทำคดีล่าช้า ปล่อยให้เปิดบ่อนการพนัน สถานบันเทิง ยาเสพติด การจราจร ฯ เฉลี่ยปีละประมาณหนึ่งหมื่นเรื่องเป็นเรื่องในกองบัญชาการตำรวจนครบาล ราว 5,000 เรื่อง แต่ไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริง สืบสวนสอบสวนหรือยุติเรื่องเกือบ 100 %
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีการเรียกร้องให้ปฎิรูปตำรวจอย่างต่อเนื่องและมีเสียงกระหึ่มดังขึ้นทุกวัน ขณะเดียวกันตำรวจก็มีพฤติกรรมตกเป็นข่าวในโซเชี่ยลมีเดีย จึงเกิดคำถามว่า ตำรวจจะปฏิรูปไปในทิศทางไหนและตำรวจจะยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ ผู้ที่ศึกษาปัญหาตำรวจมาอย่างยาวนาน สะท้อนว่า หัวใจสำคัญในการปฎิรูปตำรวจคือการปฎิรูประบบงานสอบสวนและนิติวิทยาศาสตร์ ด้วยการเป็นอิสระออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะเป็นองค์กรที่มีการจัดโครงสร้างและระบบการบังคับบัญชาที่มีชั้นยศแบบทหาร
ตราบใดที่ตำรวจยังต้องอยู่ภายใต้อำนาจการเมือง การวิ่งเต้นเพื่อตำแหน่งในทุกฤดูการโยกย้ายก็ยังเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และตราบใดที่เงินเดือน ค่าตอบแทน และสวัสดิการของตำรวจยังเป็นอย่างที่เป็นทุกวันนี้ ความฝันของผู้บัญชาการตรวจนครบาลที่เห็นตำรวจไทย 99.99 เปอร์เซ็นเป็นตำรวจดีก็คงเป็นความจริงได้ยาก

ข่าวล่าสุด