ผศ.นพ.พิสนธิ์ จงตระกูล ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การใช้ยาโดยไม่สมเหตุสมผล กำลังเป็นปัญหาที่สำคัญของคนไทย ซึ่งมีสาเหตุมาจากการใช้ยาเกินความจำเป็น การใช้ยาเกินขนาด หรือใช้ยาในกรณีที่ไม่จำเป็นต้องใช้ การใช้ยาซ้ำซ้อน รวมไปถึงจ่ายยาหลายชนิดใน 1 โรค ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดภาวะ การดื้อยาในอนาคต และยากต่อการรักษา
กระบวนการสำคัญที่จะลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้ แพทย์จะต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจในการจ่ายยาแต่ละชนิดอย่างละเอียด รวมทั้งเภสัชกรต้องตรวจสอบความเหมาะสมของการจ่ายยาของแพทย์ในแต่ละครั้ง เพื่อคัดกรองไม่ให้เกิดความผิดพลาด อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการปรับฉลากยาให้มีการระบุอย่างชัดเจนถึง อาการข้างเคียงที่ควรหยุดยา หรือ การใช้ยาในแต่ละครั้ง
"ปัญหาจากการใช้ยาที่ไม่สมเหตุสมผลเกิดขึ้นอยู่เสมอ เรามักจะเจอคนไข้มาโรงพยาบาลด้วยอาการที่ผิดปกติไปจากโรคเดิม มีเคสหนึ่ง คนไข้ได้รับยาแล้วเกิดอาการต่อต้าน ทำให้ท้องเสียอย่างหนัก แต่ยังไม่หยุดกินยา จนเสียชีวิต เพราะฉลากไม่ได้ระบุว่าอาการข้างเคียงที่ควรจะหยุดยา
ปัจจุบันได้มีการปรับระแบบการจ่ายยาและฉลากยาในอีกหลายโรงพยาบาลทั้งรูปแบบ QR cord แบบเสียงบรรยายการใช้ยา เป็นต้น พร้อมกันนี้ตามคาดการณ์ว่าในอนาคตจะมีการปรับระบบฉลากยาให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพิ่อลดการผิดพลาดที่เกิดขึ้น และพัฒนาระบบการจ่ายยาเพื่อความปลอดภัยของประชาชน"ผศ.นพ.พิสนธิ์ กล่าว
สำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง หรือเคยมีประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร ควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษา หรือแจ้งกับเภสัชกรทุกครั้ง เพราะการกินยาไม่สมเหตุสมผล หรือบอกข้อจำกัดของตัวเองไม่หมด มีอันตรายและนำไปสู่การแพ้ยาที่รุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ หรือ ก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการใช้ยา เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาในวงกว้าง โดยไม่ช่วยแก้ไขปัญหาการเจ็บป่วยของผู้ป่วยแต่อย่างใด