วันนี้โรงพยาบาลที่ปรากฏตามข่าวได้ทำหนังสือชี้แจงและทำหนังสือขอโทษมายังสพฉ.อย่างเป็นทางการพร้อมทั้งแสดงเจตจำนงในการทำลายคูปองดังกล่าวทิ้งอย่างเร่งด่วนและยืนยันว่าจะไม่มีการจัดทำคูปองในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก ซึ่งในส่วนของสพฉ.เราก็ได้บอกโรงพยาบาลแห่งนั้นไปว่า โลโก้ของสพฉ.ที่ปรากฏอยู่ในคูปองนั้นเป็นการดำเนินการของโรงพยาบาล สพฉ.ไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ ร่วมกับโรงพยาบาลและขอร้องไปว่าไม่ควรทำอะไรแบบนี้ขึ้นมาอีก เพราะจะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน และสพฉ.ก็จะตรวจสอบเพิ่มเติมอีกว่ายังมีจุดไหนที่มีผลกระทบต่อสพฉ.และผู้ป่วยฉุกเฉินอีกหรือไม่ หากพบว่ามี ทางเราก็จะเดินหน้าเอาผิดในทุกๆ กรณี
"อย่างไรก็ตามผมอยากฝากถึงโรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งว่า การดำเนินการที่ใช้ในลักษณะของอามิสสินจ้างใดๆ ให้ได้มาซึ่งผู้ป่วยนั้น ขัดต่อกฏหมายหลายฉบับอาทิ พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ร.บ.สถานพยาบาล และถ้ามีผู้ป่วยฉุกเฉินและได้รับการดูแลไม่ถูกต้องเหมาะสมก็จะมาผิดที่พ.ร.บ.การแพทย์ฉุกเฉินอีกด้วย ไม่ว่าโรงพยาบาลใดๆ ก็ไม่ควรทำในลักษณะแบบนี้ ถ้าอยากจะช่วยเหลือสนับสนุนองค์กรมูลนิธิหรือภาคประชาชนก็ควรที่จะสนับสนุนในเชิงความรู้วิชาการต่างๆ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ในเชิงบวกมากกว่าที่จะเอามาในลักษณะของการแลกเคสแบบนี้กัน"เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกล่าว