ชาวคลองทับจันทร์ ปกป้องแผ่นดิน ต้าน! บ่อขยะพิษ และ"อุจจาระ"จากสายการบิน
14 มี.ค. 2560 | te

วิบากกรรม ชาวคลองทับจันทร์ ปัด-ขู่-สู้ บ่อขยะพิษ-อุจจาระสนามบิน อสจ.แนะทางออกต้องนำเรื่องขึ้นสู่ศาลปกครองเท่านั้น
ข่าว
14 มี.ค. 2560 | te

วิบากกรรม ชาวคลองทับจันทร์ ปัด-ขู่-สู้ บ่อขยะพิษ-อุจจาระสนามบิน อสจ.แนะทางออกต้องนำเรื่องขึ้นสู่ศาลปกครองเท่านั้น
เสียงจริงจังของผู้นำชุมชนในพื้นที่คลองทับจันทร์ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ที่ว่า.. จะไม่ยอมให้บ้านคลองทับจันทร์ กลายเป็น คลองทับอุจจาระ(ขี้) อย่างแน่นอน หลังเป็นที่แน่ชัดว่า บริษัทเอกชนรายนี้ ได้ยื่นขอประกอบกิจการบ่อขยะและกากอุตสาหกรรม ประเภท 105 และได้ใบอนุญาตจัดตั้งโรงงาน (รง.4) แล้ว จึงเร่งก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน 365 วัน ตามที่กฏหมายกำหนด
แต่เมื่อถูกตรวจสอบว่า การได้มาซึ่งใบอนุญาตที่ไม่โปร่งใส อันเนื่องจากกระบวนการจัดทำประชาคม เข้าข่ายผิดกฏหมาย เนื่องจากนำชื่อและมีการปลอมแปลงลายมือชื่อชาวบ้านผู้เข้าร่วมประชุมจำนวนหนึ่ง โดยผู้เสียหายสามารถยืนยันตัวตนได้ว่า ไม่ได้เดินทางมาร่วมทำประชาคมแต่อย่างใด
ความขัดแย้งเกิดขึ้น เมื่อชุมชนพบข้อมูลว่า บริษัทในเครือและกลุ่มบริษัทเดียวกัน มีการประมูลนำอุจจาระและสิ่งปฏิกูลจากสายการบินทั่วโลก ที่ลงจอดในสนามบินสุวรรณภูมิ เดือนละ 15 ตัน มาทิ้งด้วยแล้ว กระบวนการที่ชาวบ้านเร่งทำได้ขณะนั้น คือ การล่ารายชื่อเกือบ 2,000 ราย เพื่อยื่นคัดค้านต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เริ่มต้นจากผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และศูนย์ดำรงธรรมฯ แต่ระดับจังหวัดก็ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ในขั้นต้น จึงใช้วิธีทำหนังสือส่งถึงอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และให้ตัวแทนชาวบ้าน 8 คน เดินทางเข้าปรึกษาหารือที่กรุงเทพมหานคร แต่ท้ายที่สุด ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ ชาวบ้านถูกผลักให้กลับมาที่จังหวัดอีกครั้ง กระทั่งวันนี้..ยังรอหนังสือตอบกลับจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมอีกครั้งว่า จังหวัดมีอำนาจทำอะไรได้บ้าง ..??
นายไชโย ขนบบวรกุล รองประธานสภาองค์การบริการส่วนจังหวัดสระแก้ว และ สจ.อรัญประเทศ แกนนำชาวบ้าน และมีบ้านอยู่ห่างจุดก่อสร้างโรงงานฯ เพียง 300-500 เมตร บอกว่า ความล่าช้าของกระบวนการที่ยังไม่รู้ว่า ใครมีอำนาจตรวจสอบหรือดำเนินการจุดไหน ทั้่ง ๆ ที่หลายอย่างมีความผิดชัดเจน โรงงานก็กำลังก่อสร้างคืบหน้าไปเรื่อย ๆ ไม่มีคำยืนยันว่า เขาจะสร้างแค่ 105 หรือไปต่อ 106 (ขยะพิษ-น้ำมัน) เพราะทำอย่างเดียวไม่คุ้มทุนแน่ หากต้องขนส่งมาไกลจาก ระยอง ชลบุรี ปทุมธานี และสนามบินสุวรรณภูมิ
เพียงแค่คัดแยกขยะแล้วขาย ไม่ใช่แล้ว โรงงานขยะจากสารเคมีและฝังกลบสิ่งปฏิกูลจากสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นสิ่งที่ชาวบ้านกลัวกันมาก เพราะจากการลงพื้นที่ก่อสร้างโรงงาน ล่าสุด พบเส้นทางเดินของน้ำจากโรงงานนี้ จะไปลงที่อ่างเก็บน้ำที่บ้านดงยาง ต.เมืองไผ่ ส่วนอีกสายไปลงคลองพรหมโหด และจุดที่น้ำไหลไปรวมกันเป็นบ่อน้ำซับที่เป็นต้นน้ำ ดังนั้น ถ้าปล่อยให้ทำสัก 3-5 ปี ปริมาณมาก ๆ ฝนตกชุกไหลลงคลองพรมโหด น้ำแข็ง น้ำดื่ม น้ำประปา ที่มาจากคลองพรมโหดทั้งสิ้น ต่อไปจะอยู่กันอย่างไร ยิ่งทำให้ชาวบ้านกังวลใจมากยิ่งขึ้น
"ชาวบ้านไปขอคำชี้แนะจากเจ้าหน้าที่ในจังหวัด คำตอบน่าดีใจแทนพี่น้องคลองทับจันทร์และชาวอรัญประเทศ คือ โรงงานมาอย่างถูกต้องแก้ไขอะไรไม่ได้ ต้องรอให้น้ำเกิดการเน่าเสีย หรือมีสารพิษเจือปนจนใช้น้ำไม่ได้ จึงสามารถร้องเรียนได้ คำแนะนำโคตรดี ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ แต่พวกผมไม่รอให้เกิดมลพิษก่อน ค่อยแก้แน่นอน เพราะมันแก้ไม่ได้ครับ" สจ.ไชโย ระบุ
ทั้งนี้ ตลอดช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่ ต.คลองทับจันทร์ โดยเฉพาะหมู่ที่ 8 ได้ร่วมกันต่อสู้ ด้วยการจัดทำป้าย หุ่น และคัทเอาท์ ติดหน้าบ้าน และริมพื้่นที่ถนนรอบพื้นที่ ต.คลองทับจันทร์ จนคนที่ขับรถผ่านไปมา สามารถมองเห็นกิจการการคัดค้านต่อต้านอย่างชัดเจน โดยมีผู้ใหญ่บ้านบีกริม หมู่ที่ 8 สถานที่ก่อสร้าง เป็นแกนนำออกมาแสดงความรับผิดชอบที่เผลอใจไปสนับสนุนโรงงานขยะพิษ และกากอุตสาหกรรมในระยะแรก แต่เมื่อรู้ว่า ถูกหลอก จึงรีบกลับตัวมาชักชวนชาวบ้านร่วมกันต่อต้านเต็มที่
นายชินกร สายเสมา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านบีกริม บอกว่า มีการให้ข้อมูลชาวบ้านเฉพาะข้อดี และให้ข้อมูลชาวบ้านไม่หมด ส่วนที่เสียมีจำนวนมากไม่บอกพวกเรา ตอนนี้ชาวบ้านร่วมกันทำป้ายติดเพื่อคัดค้านกันทั่วทั้งหมู่บ้านแล้ว โดยเฉพาะถนนโดยรอบ และที่บริเวณหน้าบ้านของทุกบ้านจะติดเพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่า ชาวบ้านที่นี่เขาไม่เอาโรงงานขยะพิษและกากอุตสาหกรรมกันนะ"ต่อไปนี้จะมีการรวมคนจำนวนมากเพื่อทำเวที ให้ทุกส่วนได้เข้ามารับรู้ปัญหา ซึ่งผมได้ยืนยันกับผู้จัดการโรงงานที่เข้ามาในพื้นที่แล้วว่า เราไม่ต้องการโรงงานประเภทอื่น โดยเฉพาะขยะพิษและสิ่งปฏิกูลจากสุวรรณภูมิ โดยผมจะเป็นผู้นำชาวบ้านออกมาประท้วงด้วยตนเอง" นายชินกร กล่าว
ทางด้าน นายศุภกฤต พรรคนาวิน อุตสาหกรรมจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า สิ่งที่ชาวบ้านทำอยู่ขณะนี้เป็นเพียงการต่อต้านเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งไม่เกิดผลนัก จำเป็นต้องใช้อำนาจทางศาลเท่านั้น เนื่องจากหน่วยงานราชการไม่สามารถทำอะไรได้เลย เพราะใบอนุญาตได้ออกไปแล้ว การจะระงับให้หยุดก่อสร้างได้มีเพียงศาลปกครอง โดยชาวบ้านต้องยื่นฟ้องศาลเพื่อขอให้มีการคุ้มครองชั่วคราว ให้หยุดก่อสร้างก่อน โดยสิ่งที่ชาวบ้านมีขณะนี้สามารถยื่นฟ้องต่อศาลได้ โดยเฉพาะบัญชีรายชื่อชาวบ้าน และความไม่โปร่งใสในการจัดทำประชาคม ที่มีการปลอมแปลงลายชื่อ แอบอ้างและนำผู้ที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่มาแอบอ้าง ซึ่งชัดเจนมากและควรต้องดำเนินการทันที