เมื่อก่อนรถแบบนี้จะมีวิ่งอยู่หลายคัน เพราะเป็นที่นิยม ด้วยความที่ดูแข็งแรง คันใหญ่ ตนเองเริ่มขับรถคันนี้ตั้งแต่ปี 2519 ในสมัยนั้นค่าโดยสารไม่กี่บาท แต่ปัจจุบันคนละ 30 บาท ต่อเที่ยว
"เครื่องเดิมๆ เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้ว เพราะมันเก่ามาก ไม่มีช่างซ่อม คันนี้เปลี่ยนเครื่องมาเป็นเครื่อง 145 แรงม้า เครื่องเบนซินแรงดีที่เบตงตอนนี้เหลือที่ยังวิ่งอยู่แค่ 3 คันเท่านั้น เป็นของตน 1 คัน อีก 2 คัน วิ่งอยู่แถวบ่อน้ำร้อน ทุกวันนี้ยังสามารถทำความเร็วได้ถึง 100 กม./ชม. เลยทีเดียว แต่จริงๆแล้วก็ไม่สามารถขับได้เร็วขนาดนั้น เพราะผู้โดยสารส่วนมากจะเป็นเด็กนักเรียน ต้องขับช้าๆ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับเด็กๆได้" ลุงเจริญ เล่าให้ฟัง
โชเฟอร์รถโดยสารคันนี้ยังเล่าให้ฟังอีกว่า ปัจจุบันหาอู่ที่ต่อรถแบบนี้ยากแล้ว ส่วนใหญ่จะไปทำเป็นรถบรรทุกไม้ซุงกันมากกว่า ทำให้รถที่ต่อเป็นรถโดยสารที่เบตง ก็เหลืออยู่แค่ 3 คันเท่านั้น ถ้าหมดรุ่นนี้แล้วต่อไปก็คงจะไม่มีให้เห็นกันอีกแล้ว