จากการตรวจสอบพบว่าที่ บริษัท บ่อทอง สตีล จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 161 หมู่.9 ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ตั้งอยู่ริมถนนสายสุวรรณศร33ห่างจากที่พักสายตรวจบ้านถนนทอง ไม่ถึง 50 เมตร พบว่าเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 60 เวลาที่กล้องวงจรปิดบันทึกไว้ คือเวลา 00.12 น.คนร้ายเป็นชาย 1 คน อายุประมาณ 20-25 ปี รูปร่างผอมสูง สวมหมวกไหมพรม สีดำ ปิดบังใบหน้า สวมเสื้อยืดแขนยาว สีดำ สวมถุงมือสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว สีนำเงิน สวมรองเท้าฟอง หลังจากที่ปีนด้านหลังของบริษัทเข้ามาภายในออฟฟิต ภายในมีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้ 1 ตัว แต่คนร้ายก็ไม่ได้สนใจ ได้งัดลิ้นชักตามโต๊ะทำงานทีละตัว เพื่อหาทรัพย์สินที่มีค่า โดยมีเหล็กเป็นเครื่องมือเพียงอันเดียวสามารถงัดลิ้นชักโต๊ะแทบจะไม่มีร่องรอย คนร้ายทำงานอย่างใจเย็นใช้เวลานานเกือบครึ่งชั่วโมง ก็สามารถกวาดทรัพย์สินที่มีค่าได้ไปเกือบ 1 แสนบาท ประกอบด้วย เงินสดจำนวน 5 หมื่นบาท สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท ส่วนโทรศัพท์พวก ไอโฟรน ไอแพ็ค ไม่เอา หลบหนีลอยนวล
จนกระทั่งรุ่งเช้าพนักงานมาเปิดออฟชิต ถึงกับตกใจว่าถูกคนร้ายบุกเข้ามาขโมยทรัพย์สิน จึงแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.กบินทร์บุรี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาตรวจสอบ และบอกว่าไม่สามารถจะเก็บหลักฐานอะไรได้เพราะคนร้ายเตรียมการมาอย่างดี เวลาผ่านไปนานเกือบอาทิตย์คดีไม่คืบ ผู้เสียหายจึงโพส์ลงโลกโชเชี่ยวเพื่อพึ่งเพื่อนฝูงอาจจะมีช่องทาง รู้จักใบหน้าของคนร้ายและแจ้งเบาะแสตามจับคนร้ายมาลงโทษ
ด้านนายประสิทธิ์ บุญนิรันด์ อายุ 55 ปี เจ้าของร้านเหล็ก บ่อทอง สตีล จำกัด เปิดเผยว่า คนร้ายได้งัดแผ่นเหล็กที่อยู่ด้านหลัง ก่อนที่จะปีนเข้ามาด้านในของร้าน และเดินมางัดประตูกระจกเข้าไปยังที่ทำงาน กวาดเอาทรัพย์สินที่มีค่าประมาณ 1 แสน ก่อนหลบหนีไป
ส่วนนางสาววรวรรณ บุญนิรันด์ อายุ 33 ปี กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กบินทร์บุรี เมื่อมาถึงเหมือนกับไม่สนใจอ้างว่าเก็บหลักฐานไม่ได้ คนร้ายไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ อยากแก่การตรวจสอบ ทั้งๆที่กล้องวงจรปิดจับภาพใบหน้าของคนร้ายได้อย่างชัดเจน หรือว่าไม่เหมือนที่อื่นที่ติดตั้งตู้แดงไว้ ส่วนที่นี่ไม่ได้ติดตั้งตู้แดงจึงไม่สนใจ เพราะตู้แดงต้องมีค่าใช้จ่าย ซึ่งมันเสียความรู้สึกกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงต้องหันมาพึ่งทางโลกโซเซียล เพื่อติดตามหาเบาะแสของคนร้าย
ก่อนหน้านี้ร้านขายหลังคาเหล็ก ที่อยู่ติดกันก็โดนคนร้ายน่าจะเป็นคนเดียวกันงัดร้านเข้าไปขโมยสินถึง 3 ครั้งติดต่อกัน ระยะเวลาห่างกันไม่ถึงเดือน ล่าสุดก็มาโดนอีกได้ทรัพย์สินไปกว่า 3 แสนบาท จนผู้ประกอบการบอกว่าหมดกำลังใจ เพราะทนต่อการถูกแก๊งตีนแมวที่อาละวาดอย่างหนักในขณะนี้ และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายที่แท้จริงมาดำเนินคดีได้