ในห้องประชุมของกองบังคับการปราบปราม พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส รับทราบข้อกล่าวแล้ว โดยใช้เวลากว่า .... ชั่วโมง ในการการรับทราบข้อกล่าวหา ยุยง ปลุกปั่น ให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่การกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
ซึ่งมีพลตำรวจเอกศรีวรา รังสิพารมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมในการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำ คาดว่าหลังสอบปากคำเสร็จ และแจ้งข้อกล่าวหาเสร็จ จะนำตัวพระสนิทวงศ์ ไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังเป็นผัดแรก ส่วนจะได้รับการประตัวหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลพิจารณา
ขณะที่ พลตำรวจเอกศรีวราห์ บอกว่า หมายจับนี้เป็นหมายจับแรกของพระสนิทวงศ์ หลังจากก่อนหน้านี้พระสนิทวงศ์เป็น 1 ใน 14 คน ที่ถูกออกหมายเรียก โดยใช้มาตรา 44 ตามคำสั่ง คสช. ซึ่งขณะนี้ได้มอบหมายให้พลตำรวจตรีชยพล ฉัตรชัยเดช ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 4 เดินทางไปที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อชี้แจงข้อมูลการดำเนินคดีกับพระธัมมชโย และวัดพระธรรมกาย ที่มีอยู่กว่า 300 คดี เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาการประชุมกับมหาเถระสมาคมวันพรุ่งนี้ด้วย
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่บอกว่า ทนายความ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ได้เดินทางมาเป็นทนายความให้ตามคำร้องขอของพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส
ย้อนกลับเมื่อช่วงเวลาประมาณ 9.20 พระสนิทวงศ์ วุฒิวังโส ออกจากรถของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อช่วงเวลาประมาณ โดยมี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกศรีวรา รังสิพารหมณกุล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจกองบังคับการปราบปราม รับขึ้นไปห้องประชุม ช่วงเดินทางเข้าห้องประชุม พระสนิทวงศ์ มีสีหน้า ยิ้มแย้ม ไม่ได้มีความกังวลใดๆ แม้ว่าก่อนหน้านี้ดีเอสไอ จะออกหมายเรียกให้พระวัดพระธรรมกาย เข้าพบ ถึง 2 รอบ หนึ่งในนั้นก็มีพระสนิทวงศ์ แต่ก็ไม่เข้ามาพบ
ซึ่งในช่วงหลังๆ มาประมาณ 4-5 วัน จะไม่เห็นพระสนิทวงศ์ ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยมอบหมายให้ลูกทีมฝ่ายสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย เป็นผู้แถลงกทรณ์มาจนถึงทุกวันนี้
ส่วน เมื่อเวลา 8.30 น. ที่ผ่านมาได้มีตัวแทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนา และพระครูวิจิตร อาภากร เจ้าคณะตำบาลคลอง4 จังหวัดปทุมธานี เดินทางมาร่วมสังเกตุการณ์ในการทำคดี
ส่วนที่มาที่ไปการออกหมายจับครั้งนี้ / พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ / ได้เข้าแจ้งความที่กองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่อภาษาอังกฤษ ในชื่อ " PHRA SANITWONG CHAROENRATTAWONG(SANITWONG)"