รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เข้าเจรจากับกลุ่มพระสงฆ์ในเครือข่ายวัดพระธรรมกาย บริเวณด้านหลังตลาดกลางคลองหลวง เพื่อขอให้รื้อแนวสแลน และแนวเต็นท์ที่ต่อเติมออกมา รวมถึงขอตรวจสอบบัญชีรายชื่อพระสงฆ์และสามเณร ที่ร่วมชุมนุมอยู่ภายในตลาดกลางคลองหลวง พร้อมใบสุทธิสงฆ์ เพื่อแสดงความสุทธิ์และตอบคำถามสังคมว่าเป็นพระจริงหรือไม่
เบื้องต้นใช้เวลาเจรจาประมาณ30นาที ทางพระสงฆ์วัดพระธรรมกาย ยังไม่ยอมที่จะเปิดเผยบัญชีรายชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่ แต่จะขอเวลาไปจัดทำรายชื่อและเชคจำนวนพระสงฆ์และสามเณร ในเที่ยงวันนี้ เพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่ในช่วงบ่ายอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่า พระสงฆ์ทุกรูปภายในตลาดกลางคลองหลวง ไม่มีพระปลอมแน่นอน ส่วนการรื้อสแลนและแนวเต็นท์เบื้องต้นจะขอดำเนินการในช่วงบ่าย แต่จะขอพื้นที่ให้มีที่พักสำหรับพระสงฆ์ แยกส่วนกับลูกศิษย์ด้วย พร้อมทั้งขอให้นำรถเติมน้ำ และอาหารเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งทางดีเอสไอได้ขอให้บริหารจัดการเรื่องนี้กันเองให้ได้ภายใต้ข้อจำกัด
ขณะที่ พ.ต.ต.สุริยา บอกภายหลังการเจรจา ว่า จะต้องรอดูการปฏิบัติของพระสงฆ์และลูกศิษย์ในช่วงบ่ายวันนี้อีกครั้ง ว่าจะดำเนินการหรือไม่ ทั้งเรื่องการรื้อสแลน และการทำบัญชีพระสงฆ์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ทั้งนี้หากไม่ดำเนินการตามข้อตกลง ทางเจ้าหน้าที่ก็มีแนวทางที่จะดำเนินการต่อไป ซึ่งยืนยันว่า แนวสแลนและแนวเต็นท์ที่มีการติดตั้งเพิ่มเติมซึ่งถือเป็นการขยายพื้นที่ออกมา ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ซึ่งขณะเจรจา ตำรวจควบคุมฝูงชนกว่า1กองร้อย ได้ปืดพื้นที่ไม่ให้ทุกคนผ่านเข้าออกในพื้นที่ตลาดหลางคลองหลวง ซึ่งลูกศิษย์ที่ทยอยกันมา ก็นั่งรอสวดมนต์กันริมทางเท้า บนถนนหนองเสือ-คลองหลวง
และเมื่อช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ทหาร ได้นำใบปลิวที่มีข้อความการแจ้งว่า ตลาดแห่งนี้เป็นพื้นที่ควบคุมตามคำสั่งของ คสช. หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน1ปี ปรับไม่เกิน20,000บาท รวมถึงได้นำ กล้องวีดีโอ มาตั้งไว้สำหรับบันทึกภาพผู้ที่ผ่านเข้ามาในตลาดกลางคลองหลวงโดยติดป้ายแจ้งไว้บริเวณหน้าจุดคัดกรองทางเข้าว่า พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ควบคุม จึงต้องขอบันทึกภาพผู้ให้การสนับสนุนและผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเป็นหลักฐานประกอบในการบังคับใช้กฎหมาย