ภาพเหตุการณ์ชิงกระเป๋าจากนักท่องเที่ยวจีนขณะเดินอยู่ในย่านที่เรียกกันกว่า "ไชน่าทาวน์แห่งใหม่" ของกรุงเทพมหานคร ย่านห้วยขวาง เมื่อเร็วๆ นี้ เป็นเหตุสะเทือนขวัญสำหรับผู้พบเห็นอย่างแน่นอน
แต่มันใช่เหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้นในย่านนี้...ย่านที่กำลังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คึกคักที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวจีน และแน่นอนว่ามันจะไม่ใช่เป็นเหตุการณ์สุดท้าย
คนร้ายเป็นชาย 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ขี่ย้อนศรมาจากถนนรัชดาภิเษกแล้วเลี้ยวเข้ามาในถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญเพียงไม่กี่สิบเมตร ก่อนที่คนซ้อนจะฉวยโอกาสที่นักท่องเที่ยวชาวจีนวัย 32 ปีรายนี้ เผลอ กระชากกระเป๋าสะพายสุดแรง แต่ผู้เสียหายไม่ยินยอมพยายามฉุดรั้งไว้ จนเสียหลักล้มลงและถูกรถของคนร้ายลากไปไกลหลายสิบเมตร
แม้คนร้ายจะไม่ได้ทรัพย์สินไป และผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บไม่มากนัก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกระทบต่อสภาพจิตใจของนักท่องเที่ยวรายนี้อย่างร้ายแรง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ตำรวจต้องใช้เวลานานกว่า 1 เดือน จึงจับคนร้ายได้ แต่จับได้คนเดียว เป็นเยาวชนอายุเพียง 18 ปี ในวันเกิดเหตุทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์ ส่วนคนซ้อนและทำหน้าที่กระชากกระเป๋าผู้เสียหายยังไม่สามารถจับได้ แต่ทราบชื่อและนามสกุลแล้วเป็นเยาวชนอายุเพียง 19 ปี
ตำรวจขยายผลเข้าตรวจค้นห้องพักย่านลาดพร้าว ซึ่งผู้ต้องหาเช่าอาศัยอยู่ และที่น่าตกใจคือ พบกระเป๋าสตรียี่ห้อดังจำนวนหลายใบ ซึ่งผู้ต้องหาสารภาพว่า กระเป๋าเหล่านี้ได้มาจากการวิ่งราวทรัพย์ที่ทำมาแล้ว 3 ครั้งในย่านไชนาทาวน์ห้วยขวาง
วิธีการของคนร้ายวิ่งราวทรัพย์คดีนี้ ไม่แตกต่างจากหลายคดีที่ผ่านมา คือคนร้ายมักใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะขี่วนเวียนอยู่ในย่านห้วยขวาง เพื่อหาเหยื่อที่มีฐานะดี หิ้วหรือสะพายกระเป๋าเดินอยู่ริมถนนในห้วงเวลา 1 ทุ่มถึงเที่ยงคืน เพราะเป็นช่วงเวลาที่นัก ท่องเที่ยวชาวจีนมักออกมาจับจ่ายหาซื้อสินค้า
นักท่องเที่ยวชาวจีนมักเดินทางไปไหนมาไหนโดยมีเงินสดติดตัวไปจำนวนมาก เพราะไม่นิยมใช้บัตรเครดิต และมักไม่ค่อยระวังตัว จึงตกเป็นเหยื่อของคนร้ายได้ง่าย ที่สำคัญเมื่อเกิดเหตุแล้วมักไม่แจ้งความเพื่อดำเนินคดีเพราะต้องเดินทางต่อจึงไม่อยากเสียเวลายิ่งทำให้คนร้ายได้ใจ
"ไชน่าทาวน์ห้วยขวาง" มักเกิดเหตุวิ่งราวทรัพย์ชาวต่างชาติบ่อยครั้ง และแทบทุกครั้งคนร้ายจะใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะ ซ้อนสอง บางครั้งสวมหมวกกันน็อก แต่ก็มีหลายครั้งที่ไม่สวม แต่จะมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือรถจักรยานยนต์ที่นำมาใช้มักไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน
ผู้พักอาศัยในย่านห้วยขวาง พยายามช่วยกันสอดส่องดูแลไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้นในพื้นที่ แต่คนร้ายมักฉวยโอกาสที่ทุกคนเผลอวิ่งราวทรัพย์ชาวต่างชาติได้บ่อยครั้ง
เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หลังเกิดเหตุชิงทรัพย์บ่อยครั้งในย่านไชน่าทาวน์ห้วยขวาง นักท่องเที่ยวชาวจีน มีการแจ้งเตือนในกลุ่มคนรู้จักให้ระมัดระวังตัวเพราะเกรงจะตกเป็นเหยื่อแก๊งวิ่งราวทรัพย์
ไม่ใช่เฉพาะไชน่าทาวน์ห้วยขวางเท่านั้น แม้แต่เยาวราช ไชน่าทาวน์แห่งแรกของไทย ก็เป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงที่มักเกิดเหตุคนร้ายวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวจีนเช่นกันและไม่ใช่เฉพาะชาวจีนเท่านั้น นักท่องเที่ยวจากเกาหลี ญี่ปุ่น หรือประเทศในแถบยุโรป ก็เคยตกเป็นเหยื่อของคนร้ายด้วยกันทั้งนั้น
แม้แต่คนไทยซึ่งมีอาชีพขายล็อตเตอร์รี่ในย่านเยาวราช มานานกว่ายี่สิบปี ก็เคยตกเป็นเหยื่อของโจรวิ่งราวทรัพย์ไม่ต่างกัน
ประสบการณ์ที่เลวร้ายซึ่งทำให้ผู้ค้าล็อตเตอร์รี่รายนี้ต้องเสียสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท เพราะถูกคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ 2 คน ใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะขี่ตามประกบแล้วกระชากสร้อยคอทองคำจนขาดติดมือไป ทำให้เธอต้องเปลี่ยนพฤติการณ์การสวมเครื่องประดับจากที่เคยสวมทองคำหนักหลายบาท มาเป็นสร้อยคริสตัลที่ทำจากพลาสติกแทน
ถ้าดูจากสถิติการรับแจ้งเหตุคดีวิ่งราวทรัพย์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่ปลายปี 2558 ถึงขณะนี้ พบว่ามี 223 ครั้ง ตำรวจจับคนร้ายได้ 128 ราย เฉพาะพื้นที่ห้วยขวางซึ่งเป็นที่ตั้งของ ไชนาทาวน์แห่งที่ 2 รับแจ้งเหตุวิ่งราวทรัพย์ตั้งแต่ปลายปี 2558 ถึงขณะนี้รวม 20 ครั้ง ซึ่งนี่เป็นเพียงสถิติการเกิดเหตุเฉพาะที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุ แต่คดีวิ่งราวทรัพย์ที่ผู้เสียหายเป็นชาวต่างชาติมักไม่มีการแจ้งความ ซึ่งมีมากกว่าที่ตำรวจได้รับแจ้งหลายเท่า
ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 20 นาย ถูกมอบหมายภารกิจให้ปฏิบัติหน้าที่ตรวจตราตามแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีนพักอาศัยอยู่จำนวนมาก เพื่อป้องกันเหตุร้าย และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในละแวกนั้นช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องดูแลไม่ให้คนร้ายฉวยโอกาสก่ออาชญากรรมได้