ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้ธีม "TowardsA Low-Carbon Society"
ใน 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ นโยบายและการวางแผนด้านพลังงาน เทคโนโลยีระบบผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อปล่อยคาร์บอนต่ำพลังงานเพื่อการคมนาคมขนส่งเพื่อปล่อยคาร์บอนต่ำ และ เมืองอัจฉริยะและอุตสาหกรรมสีเขียวเพื่อผลักดันและพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องโดยในปีนี้เน้นเทรนด์อุตสาหกรรมไฮบริด และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2560 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
นายธรรมยศ ศรีช่วย รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า "ภารกิจหลักของกระทรวงพลังงานคือ การบริหารพลังงานให้ประชาชน มีใช้อย่างมั่นคง ในราคาที่เป็นธรรม ในปีที่ผ่านมาเราก็ได้ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญๆอาทิ การลอยตัว NGV การเปิดเสรีธุรกิจก๊าซ LPG ผลักดันให้เกิดการแข่งขันในธุรกิจก๊าซธรรมชาติ เสริมประสิทธิภาพการอนุรักษ์พลังงานด้วยมาตรการทางการเงินต่างๆ ในปีนี้กระทรวงพลังงานจะมุ่งเน้น นโยบายด้าน Energy 4.0 เช่น การขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้า EV การเพิ่มสถานีชาร์จ Smart City ระบบการจัดเก็บพลังงาน Energy Storage และการส่งเสริมการลงทุนด้านพลังงานทดแทนในรูปแบบใหม่SPP Hybrid Firm และ VSPP ชุมชน เวทีงาน SETA2017 นี้ กระทรวงพลังงานจะได้มีโอกาสชี้แจงและส่งสัญญาด้านนโยบายที่สำคัญๆดังกล่าวต่อนักลงทุนและผู้สัมมนาจากทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้เข้าใจในทิศทางการขับเคลื่อนนโยบายของประเทศไทย ในส่วนของนิทรรศการทางผู้จัดก็ได้เตรียมเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า EV และการจำลองสถานการณ์สถานีชาร์จเพื่อให้ผู้สนใจได้ชมและเรียนรู้"
รศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า "ในงาน SETA 2017 ปีนี้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการจัดแสดงเทคโนโลยี สะท้อนความมุ่งมั่นคิดค้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การผลิตก๊าซชีวภาพเป็นพลังงานทดแทน อีกทั้งกำกับ ติดตามประเมินผลการปฏิบัติราชการของหน่วยงานในสังกัดรวมทั้งสร้างระบบการบริหารจัดการที่ดีจัดสรรและบริหารทรัพยากรของกระทรวงให้เกิดความประหยัด คุ้มค่ารวมทั้งพัฒนาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัย เสนอแนะนโยบายและยุทธศาสตร์รวมทั้งการบริหารจัดการด้านการใช้พลังงานนิวเคลียร์ตามมาตรฐานสากลเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนโดยแบ่งเป็น งานกำกับดูแลความปลอดภัยทางรังสี กำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และด้านการสนับสนุนการกำกับดูแลความปลอดภัยจากพลังงานปรมาณู"
นางสาวกอบกุล โมทนา ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางอากาศกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า "กระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงพลังงานในการขับเคลื่อนการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศตามที่ประเทศไทยได้ประกาศเจตนารมณ์ในการมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nation Framework Convention on ClimateChange : UNFCC) ว่าจะลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายหลังปี2020 (พ.ศ.2563) ให้ได้ร้อยละ 20-25 โดยสัดส่วนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคการขนส่งจะอยู่ที่ร้อยละ7.8 หรือ 41 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าเนื่องจากภาคการขนส่งมีสัดส่วนการใช้พลังงานแยกตามรายสาขาเป็นอันดับ 2 รองจากภาคอุตสาหกรรมงานในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นให้สังคมไทยตื่นตัวและเห็นความสำคัญด้านการจัดการพลังงานและการใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพในทุกระดับ"
นายธาตรีริ้วเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจกรรมสังคมการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า "SETA 2017 ถือเป็นเวทีสำคัญที่จัดขึ้นสำหรับองค์กรต่างประเทศภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมในการอภิปรายและทำงานร่วมกันในการพัฒนานโยบายด้านพลังงานที่ยั่งยืนสำหรับการพัฒนาทางเศรษฐกิจของภูมิภาคในอนาคตนอกจากนี้ กฟผ.ยังมีแผนยุทธศาสตร์ 2560-2569 ในการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนควบคู่กับนโยบายการใช้เชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสร้างสมดุลย์การใช้เชื้อเพลิงและควบคุมราคาค่าไฟฟ้าในระยะยาวด้วย กฟผ. ตระหนักว่า พลังงานหมุนเวียนจะเป็นพลังงานที่เติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคตซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) พ.ศ.2558-2579 ที่จะเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้มีสัดส่วนถึงร้อยละ20 ในปี 2579 ในงานครั้งนี้ กฟผ.มีส่วนร่วมในการนำเสนอการดำเนินงานของ กฟผ. ใน 2 ส่วนด้วยกันคือ การร่วมเป็นผู้บรรยายวิชาการ ในส่วนของ Conference Program และการจัดแสดงนิทรรศการ ภายใต้แนวคิด Balance Energy and GoTogether ซึ่งผู้เยี่ยมชมนิทรรศการจะได้รับทราบถึง การดำเนินงานของกฟผ. ที่สอดคล้องกับนโยบาย 4.0 ของกระทรวงพลังงานทั้งยังร่วมในข้อผูกพัน COP21 หรือสนธิสัญญาปารีสในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ตามเป้าหมายอีกด้วย"
รศ.ดร .ธัชชัยสุมิตร ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2560กล่าวว่า "งาน SETA 2017 เป็นการจัดงานระดับนานาชาติโดยในปีนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากการประสบความสำเร็จในการจัดงานในปีแรกที่ผ่านมา ถือเป็นอีกก้าวที่สำคัญในความร่วมมือของหน่วยงานหลักของประเทศรวมทั้งองค์กรรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน โดยในงานประชุมครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปในประเด็นที่ทั้งเอเชียและทั่วโลกล้วนให้ความสำคัญโดยเฉพาะประเด็นด้านแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำ ในปีนี้มีการเพิ่มพื้นที่แสดงนิทรรศการอีกเท่าตัวโดยมีความเป็นพิเศษ มุ่งเน้นถึงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีไฮบริด และรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ กว่า 200 บริษัทเพื่อส่งเสริมการลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านพลังงานให้กับประเทศ โดยตั้งเป้าผู้เข้าชมและร่วมงานตลอดทั้ง3 วัน จำนวนกว่า 10,000 คน จาก 50 ประเทศทั่วโลก"
ด้านกิจกรรมในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติ"โครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2560" หรือ "SETA 2017" ได้รับเกียรติจาก พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิด โดยมีวิทยากรปาฐกถาหลัก ได้แก่ พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน) นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม) ดร . อรรชกา สีบุญเรือง (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) ดอกเตอร์แมกซิมัสจอห์นนิตี้ อองกิลลี่ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเทคโนโลยีสีเขียว และน้ำ ประเทศมาเลเซีย) (Dr. Maximus Johnity Ongkili, Minister of Energy, GreenTechnology and Water, Malaysia) ฯพณฯ เฆซุส มิเกล ซันส์ (เอกอัครราชทูตและหัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย) (H.E. Jesus Miguel Sanz, Ambassador and Headof the European Union in Thailand) และ ฯพณฯ ชิโร ซะโดะชิมะ (เอกอัคราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย) (H.E. Mr. Shiro Sadoshima, Ambassador ofJapan in Thailand) ที่จะมาร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับด้านพลังงานและเทคโนโลยีต่างๆที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีการจัดให้มีการบรรยายประชุมสัมมนา และเวิร์คช็อปจากองค์กรระดับนานาชาติและบริษัทที่เป็นผู้นำในหัวข้อต่างๆ อาทิ "CEO Energy Forum" "CLMVT Energy Forum"Financing in Energy โดย มูดีส์ (Moodys)" "Hybrid & EVTechnology" เป็นต้น ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และลงทะเบียนร่วมงานได้ในเว็บไซต์www.SETA.Asia
งานประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติ"โครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2560" หรือ "SETA 2017" จะมีผู้เข้าร่วมงานเป็นผู้บริหาร ภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ผู้ผลิต บริษัทผู้ผลิตไฟฟ้านักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ บริษัทผู้ผลิตพลังงานทดแทนธนาคาร นักลงทุน จากทุกภาคส่วนและผู้สนใจทั่วไป ทั้งในและต่างประเทศ กว่า 10,000 คน พื้นที่จัดงาน 9,600 ตารางเมตร บูธจัดงาน กว่า 200 บูธ โดยมีโซนไฮบริดและเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าโซนโซล่าเซลส์ และโซนระบบเมืองอัจฉริยะ จากเมืองโตเกียวและกรุงเทพมหานครรวมไปถึงพาวิเลียนจากต่างประเทศ อีก 11 ประเทศพร้อมกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ อาทิ ประเทศแคนาดาเยอรมัน ไต้หวัน เกาหลี จีน ญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 มีนาคม 2560 เวลา 10.00-18.00 น. ณ ฮอลล์ 103-104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา