ดัชนี ดาวโจนส์โจนส์ปิดตลาดที่ 21,115.55 จุดเมื่อวาน ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.5% และทะลุหลัก 21,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ตลาดหุ้นในยุโรปและตลาดหุ้นเอเชียปรับขึ้นตามไปด้วย
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นคึกคักเป็นผลมาจากถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ต่อการประชุมร่วมสองสภาครั้งแรกคืนวันอังคาร เขายังคงย้ำจุดยืนเดิมเรื่องการปราบปรามผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายและการเจรจาต่อรองกับคู่ค้าด้วยสไตล์ดุดัน แต่กลับใช้ถ้อยคำและน้ำเสียงที่ดูยืดหยุ่นและให้ความหวังในเชิงบวกมากกว่าสุนทรพจน์ในวันสาบานตนรับตำแหน่งเมื่อเดือนม.ค. สร้างความโล่งใจแก่นักลงทุนที่เคยกังวลว่าเขาอาจเจออุปสรรคในการผลักดันนโยบายผ่านสภาคองเกรสนอกจากนี้การที่ทรัมป์ไม่ได้ส่งสัญญาณถึงการใช้นโยบายกีดกันการค้ายังช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า
แต่ถ้อยแถลงล่าสุดของเขาไม่ได้ให้รายละเอียดและกรอบเวลาเกี่ยวกับแผนเศรษฐกิจและการลดภาษีที่นักลงทุนเฝ้ารอ นอกจากบอกเพียงว่าจะมีการผ่อนปรนทางภาษีครั้งใหญ่และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 1 ล้านล้านดอลลาร์ ผลสำรวจที่เผยแพร่เมื่อวานพบว่า นักธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงรถยนต์และการเกษตรต่างวิตกเรื่องผลกระทบในแง่ลบจากนโยบายของทรัมป์