เนชั่นทีวี

ข่าว

ดาวโจนส์ปิดพุ่งสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ ขานรับนโยบาย ทรัมป์

02 มี.ค. 2560 |

ดาวโจนส์ปิดพุ่งสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ ขานรับนโยบาย ทรัมป์

ปฏิกิริยาหลังทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์กึ่งแถลงนโยบายต่อคองเกรสเมื่อวันอังคาร โดยหุ้นสหรัฐ 3 ตลาดหลักพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ โดยที่ทรัมป์ชี้หลังเลือกตั้ง 8 พฤศจิกายนเป็นต้นมา สามารถทำให้ราคาหุ้นมีมูลค่าพุ่งสูงขึ้นถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์ พร้อมกับกระตุ้นให้อุตสาหกรรมรถยนต์สหรัฐมีการลงทุนและจ้างงานเพิ่มขึ้นด้วย โดยทรัมป์ได้ประเมินผลงานตัวเองช่วงหนึ่งเดือนได้ A+ แต่ยอมรับท่าทีต่อสื่อได้แค่ C หรือ C+

ขณะที่วาณิชธนกิจชั้นนำของสหรัฐปรับลดคาดการณ์จีดีพีไตรมาสแรกปีนี้โตลดลงอยู่ระหว่าง 1.3-1.8% จากที่คาดไว้เดิมที่ 2.5% หลังจากจีดีพีไตรมาส 4 ปีที่แล้วโตลดลงที่ 1.9% ถึงแม้ว่าทรัมป์จะให้คำมั่นเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1 ล้านล้านดอลลาร์ และลดภาษีช่วยคนชั้นกลางครั้งใหญ่
จับตาเศรษฐกิจเยอรมันยังคงส่งสัญญาณเงินเฟ้อเดือนกุมภาพันธ์ร้อนแรงต่อเนื่องทะลุระดับ 2.2% เกินกว่าเป้าหมายที่อีซีบีที่ตั้งไว้ที่ 2% แล้ว

1.ท่ามกลางความพยายามใช้เวลากล่าวปราศรัยกึ่งแถลงในนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อคองเกรสช่วงค่ำคืนในวันอังคาร เพื่อกระตุ้นเรทติ้งให้สูงขึ้นรวมถึงภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นนั้น หลังจากที่คะแนนนิยมได้ลดลงอยู่ที่ระดับ 44%
โดยทรัมป์ได้ประเมินผลงานตัวเองในช่วงหนึ่งเดือนแรกนี้ได้คะแนน A+ แต่ยอมรับท่าทีต่อสื่อได้แค่ C หรือ C+
แต่ผลสำรวของนีลเส็นกลับชี้ว่าคนอเมริกันที่ดูการแถลงครั้งนี้ลดลงอยู่ที่ 28.7% เท่านั้นซึ่งต่ำกว่าเมื่อครั้งที่ประธานาธิบบารัก โอบามา เสียอีก แต่ทีมงานที่ทำเนียบขาวของทรัมป์ตอบโต้ว่าคนอเมริกันยุคนี้ไม่สนใจดูผ่านทีวี แต่นิยมดูผ่านอินเทอร์เน็ต และโซเชียลมีเดีย มากกว่า
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนยันแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจย้ำคำมั่นเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1 ล้านล้านดอลลาร์ และลดภาษีช่วยคนชั้นกลางครั้งใหญ่ โดยคาดการณ์ว่าจะมีการให้ Tax Credit ครั้งใหญ่กับผู้มีเงินได้ที่เป็นชนชั้นกลาง รวมทั้ง Tax Credit ที่จะช่วยเหลือในเรื่องหลักประกันสุขภาพ
นอกจากนี้ทรัมป์ยังสัญญากับการทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่ด้วยนโยบายการค้าเสรีที่มีความยุติธรรม และการทำให้ประชาชนหันซื้อของที่ผลิตจากอเมริกา และจ้างงานคนอเมริกัน พร้อมๆ กับนโยบายการคัดกรองผู้อพยพอย่างเข้มงวดเพื่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะในช่วง 9 ปีข้างหน้าที่อเมริกาจะเฉลิมฉลองกับประวัติศาสตร์ที่มีอายุครบ 250 ปี

2.ทรัมป์ยังประเมินตัวเองว่าสามารถทำให้หุ้นสหรัฐ 3 ตลาดหลักพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ ชี้ว่าหลังเลือกตั้ง 8 พฤศจิกายนเป็นต้นมาสามารถทำให้ราคาหุ้นมีมูลค่าสูงขึ้น 3 ล้านล้านดอลลาร์ โดยที่ปฏิกิริยาของตลาดหุ้นได้ปรับตัวขึ้นยกแพง โดยดาวโจนส์เปิดตลาดพุ่งสูงขึ้นถึง 190 จุด และไต่ถึงระดับสูงสุดที่เพิ่มขึ้นถึง 350 จุดก่อนที่จะย่อตัวปิดเพิ่มขึ้น 303 จุดหรือบวก 1.45% ที่ 21,115ขณะที่ S&P 500 ปิดทะลุถึง 2,395 บวก 1.37% และ Nasdaq ปิดยืนเหนือ 5,904 บวก 1.35%

3.ทางด้านแบงก์ออฟอเมริกา เมอร์ริลลินช์ กลับลำคาดการณ์ดัชนี S&P 500 ช่วงสิ้นปี 2017 พลิกขึ้นมาที่ 2,450 หรือคิดเป็นผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น 4.4% ต่อปี จากที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 2,300 หลังจากน้ำหนักที่คาดการณ์ว่าหุ้นสหรัฐชี้ว่าจะอยู่ในขาขึ้นมีเพิ่มขึ้นเป็น 75% ส่วนน้ำหนักที่คาดว่าหุ้นจะอยู่ในขาลงอยู่ที่ 25%

4.วาณิชธนกิจชั้นนำของสหรัฐปรับลดคาดการณ์จีดีพีไตรมาสแรกปีนี้โตลดลงอยู่ระหว่าง 1.3-1.8% จากที่คาดไว้เดิมที่ 2.5% หลังจากจีดีพีไตรมาส 4 ปีที่แล้วโตลดลงที่ 1.9% ถึงแม้ว่าทรัมป์จะให้คำมั่นเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1 ล้านล้านดอลลาร์ และลดภาษีช่วยคนชั้นกลางครั้งใหญ่ก็ตาม
จากการประเมินล่าสุดเมื่อวันที 1 มีนาคมโดยโกลด์แมน แซคส์ คาดจีดีพีไตรมาสแรกปีนี้เติบโตที่ระดับ 1.8% ส่วนเจพี มอร์แกน คาดการณ์ที่ 1.5% และแบงก์ออฟอเมริกา เมอร์ริลลินช์ คาดไว้ที่ 1.3% หลังจากที่พบว่า การใช้จ่ายของภาครัฐบาลชะลอตัวโดยส่งผลต่อจีดีพีติดลบ 0.1% การส่งออกสุทธิส่งผลให้จีดีพีติดลบ 0.47% และการลงทุนผลิตสินค้าคงคลังส่งผลจีดีพีติดลบ 0.52%
นอกจากนี้จากการประเมินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา คาดว่าจีดีพีสหรัฐไตรมาสแรกนี้เติบโตที่ 1.8% ลดลงจากที่คาดการณ์เดิมที่ 2.1%

5.ขณะที่ต้องจับตาเศรษฐกิจเยอรมันที่ยังคงส่งสัญญาณภาวะเงินเฟ้อที่ร้อนแรงต่อเนื่องในเดือนกุมภาพันธ์ พุ่งทะลุ 2.2% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.1% และเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมอยู่ที่ 1.9% เนื่องจากราคาอาหาร พลังงาน และค่าขนส่ง ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
และที่สำคัญเป็นภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นสูงกว่าระดับที่เป็นเป้าหมายของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ที่ตั้งไว้ 2% จึงถูกมองว่าจะเป็นแรงกดดันให้อีซีบีจะต้องปรับดอกเบี้ยสูงขึ้นหรือไม่ในระยะเวลาอันใกล้นี้ จากที่ยังคงใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบที่ 0.2% ในขณะนี้
ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อของเยอรมันปัจจุบัน เป็นการทะยานขึ้นสูงสุดในรอบ 5 ปีนับจากปี 2012 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กลุ่มประเทศยูโรโซน 17 ประเทศต้องเผชิญหน้าอย่างยากลำบากกับวิกฤติหนี้สาธารณะ จนทำให้อีซีบีต้องอัดฉีดเงิน QE จำนวนกว่า 3.75 แสนล้านยูโรเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและอุ้มระบบแบงก์ที่ประสบกับวิกฤติหนี้เสียจำนวนมหาศาลจนถึงวันนี้

ข่าวล่าสุด