เนชั่นทีวี

ข่าว

รวบแก๊งต้มตุ๋นอ้างตัวเป็น ตร.รีดไถเงินชาวบ้าน

02 มี.ค. 2560 | krissana

รวบแก๊งต้มตุ๋นอ้างตัวเป็น ตร.รีดไถเงินชาวบ้าน

พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ นายคมสัน แซ่ตัง เจ้าของร้านอาหารวีว่า ร้านชื่อดัง ย่านซอยรามคำแหง100 แขวงและเขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร ผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่สน.บางชัน ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายที่แอบอ้างเป็นบุคคลอื่น โดยเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ มีบุคคลได้ใช้เบอร์โทรศัพท์หมายเลข 064-278-3996 โทรหานายคมสัน อ้างว่าเป็นผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 (ผบก.น.4) ขอรับการสนับสนุนช่วยเหลือโรงเรียนทางภาคใต้ จำนวน 25,000 บาท โดยในโอนเงินดังกล่าวผ่านทางธนาคารทั้งนี้ นายคมสัน เชื่อว่าปลายสายคือ ผบก.น.4 เป็นคนที่โทรศัพท์มาจริง เนื่องจากมีเสียงที่คล้ายกัน และนายคมสัน เคยพบกับ ผบก.น.4 เพียงไม่กี่ครั้ง และด้วยความเกรงใจจึงตัดสินใจโอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ และได้ส่งหลักฐานไปยันยืน ภายหลังการโอนเงินนายคมสัน และคนร้าย ก็มีการติดต่อกันตลอด ต่อมาวันที่ 24 กุมภาพันธ์ คนร้ายได้โทรกลับไปหานายคมสัน อีกครั้งเพื่อของเงินสนับสนุนอีก พร้อมกับอ้างว่าเป็นค่าน้ำร้อนน้ำชา จำนวน 35,000 บาท นายคมสัน ก็โอนเงินดังกล่าวให้ไปอีก กระทั่งวันที่ 25 กุมภาพันธ์ คนร้ายได้ส่งข้อความมาของยืมเงินจำนวน 50,000 บาท นายคมสัน จึงสงสัยบุคคลที่โทรศัพท์มาข้างต้นว่าใช่ ผบก.น.4 จริงหรือไม่ เมื่อตรวจสอบพบว่าไม่ใช่ ผบก.น.4 จึงเดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สน.บางชันจากการตรวจสอบพบว่าหมายเลขดังกล่าวเป็นของนายเอกภพ และนายเอกภพเป็นบุคคลที่โทรศัพท์ไปขอเงินจากนายคมสัน ทั้ง 3 ครั้ง ได้เงินไปจำนวน 85,000 บาท โดยจะให้นายคมสัน โอนเงินเข้าบัญชีของนายครองราชย์ ชุดสืบสวนจึงได้ทำการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองมาดำเนินคดีพล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารว่า เป็นผู้โทรศัพท์ไปจริง โดยจะหาเบอร์กลุ่มเป้าหมายจากทางอินเตอร์เน็ตแล้วจากนั้นจึงโทรศัพท์ไปทำทีท่าจะขอเงิน ทั้งนี้นายเอกภพเป็นบุคคลที่ปลอมตัวเป็นผบก.น.4 และนายครองราชย์ทำหน้าที่เป็นนายเวร โดยจะโทรศัพท์ไปเร่งรัดให้ผู้เสียหายโอนเงิน และเมื่อได้เงินแล้วทั้งสองก็จะนำเงินไปเล่นการพนันและเสพยา ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายเอกภพ เพิ่งออกจากคุกเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ในข้อหาฉ้อโกงเช่นกัน และนายครองราชย์ มีหมายศาลติดในคดียาเสพติดอีกด้วย นอกจากนี้ยังพบว่านายเอกภพ ทางบ้านมีกิจการทำนิตยสาร"โล่สยาม" เกี่ยวตำรวจและสื่อจึงทำให้มีข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งของตำรวจจำนวนมาก"โดยส่วนตัวตนไม่เคยโทรศัพท์ไปขอเงินสนับสนุนใดๆ จากใคร ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นตน การกระทำดังกล่าว ทำให้ตนและตำรวจได้รับความเสียหาย ใครที่ไม่รู้ก็ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกเกลียดชัง อย่างไรก็ตาม อยากฝากไปถึงพี่น้องประชาชนให้ระวังตัวอย่าหลงเชื่อ เพราะจะเกิดความเสียหายตามมา สำหรับเรื่องของคดีตนจะดำเนินการให้ถึงที่สุด และจะไม่ปล่อยให้คนแบบนี้อยู่ในสังคมต่อไป " พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวทิ้งท้าย#nationTV #ข่าวข้นรับอรุณ

ข่าวล่าสุด