เนชั่นทีวี

ข่าว

รวบโจ๋ รุมกระทืบ 3 แม่ลูก หลังขับรถกระบะเฉี่ยวรถจยย. ขอโทษผู้เสียหาย - ฝาก ปชช.ใช้ถนน ใจเย็น

15 ก.พ. 2560 | nation_ent

รวบโจ๋ รุมกระทืบ 3 แม่ลูก 
หลังขับรถกระบะเฉี่ยวรถจยย.
ขอโทษผู้เสียหาย - ฝาก ปชช.ใช้ถนน ใจเย็น

ที่สน.เตาปูน เมื่อเวลา15.00น วันที่ 15กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น.พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.นพล สุขบุญคง ผกก.สน.เตาปูน ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัว นาย ไพฑูรย์ หรือเช่ มูลนาค อายุ36ปี อยู่บ้านเลขที่360/39ซ.สีน้ำเงิน แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.(ผู้ต้องหาที่1) นาย ฐีติณัฎฐ์ หรือโต้ จันทร์แก้ว อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 ม.1ต.บ้านเสด็จ อ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี (ผู้ต้องหาที่2) นาย สิโรจน์ หรือตรี พงษ์วิชัยอัมพร อายุ21ปี อยู่บ้านเลขที่21/89ถ.ทหาร แขวงถนนนครไชยศรี เขต ดุสิต กทม.(ผู้ต้องหาที่3) และ นาย นพพร หรือโบ๊ต พรรสันถาน อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 384 ถ.สามัคคี ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี (ผู้ต้องหาที่4)

 ในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส,ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่จิตใจของผู้อื่นนั้น,ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ,ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ผู้อื่นโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม โดยตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหารายที่1ได้ที่ โรงเรียนพานิชการสยาม ถ.จรัญสนิทวงศ์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม.และจับกุมผู้ต้องหารายที่ 2,3,4 ได้ที่ ห้องสืบสวน สน.เตาปูน แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม.ซึ่งผู้ต้องหารายที่ 2,3,4 ไม่ยินยอมที่จะแถลงข่าว
พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกต่อพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน และเดินทางไปร้องทุกข์กับ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ว่าผู้เสียหายและครอบครัวถูกกลุ่มวัยรุ่นที่มีอิทธิพลในพื้นที่เกิดเหตุรุมทำร้ายและกลัวว่าจะมีปลอดภัย หลังจากนั้น พล.ต.ท.ศานิตย์ จึงได้สั่งการให้ดูแลคดีนี้โดยด่วน ซึ่งหลังเกิดเมื่อวันที่4กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาตำรวจฝ่ายสืบสวนก็ได้เร่งลงพื้นที่ในการสืบหาเบาะแสแหล่งกบดานของผู้ต้องหาทั้งหมดก่อนที่จะทราบผู้ต้องหาทั้งหมดว่าหลบหนีอยู่ทีใดและสามารถจับกุมตัวได้ในวันที่14กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ด้าน นาย ก้อง (นามสมมุติ) นาย พีระพล หุ่นฉัตร อายุ 22 ปีอาชีพช่างเทคนิค ผู้เสียหาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน บพ 2435 พิษณุโลก มากับ น้องชายและแม่ คือ นางมะลิ (นามสมมุติ) นาง สุชาดา หุ่นฉัตร อายุ 50 ปี อาชีพ พนักงานบริษัทซินเทค และ นายบี (นามสมมุติ) นายวัฒน์ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี  อยู่ภายในซอยเขมาเนรมิตก่อนเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ที่มีนาย ฐีติณัฎฐ์ เป็นผู้ขับขี่และมีนาย พีระพล เป็นผู้นั่งซ้อนท้าย จนเป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวเสียหลักล้มลง ตนจึงรีบลงจากรถพร้อมด้วยน้องชายและแม่เพื่อไปไกล่เกลี่ย โดยตนรับสารภาพว่าเป็นคนผิด จึงโทรศัพท์ไปแจ้งเจ้าหน้าที่บริษัทประกันรถเพื่อให้มาที่เกิดเหตุเพื่อเจรจาเรื่องค่าเสียหายทั้งหมด

แต่ระหว่างที่ตนกำลังติดต่อประกันอยู่นั้น นายฐีติณัฎฐ์ ได้โทรศัพท์ไปเรียกนาย ไพฑูรย์ และพวกอีก4คน ให้มาที่เกิดเหตุ ก่อนที่นายไพฑูรย์จะมาถึงที่เกิดเหตุแล้วใช้เท้าเตะมาที่ใบหน้าของตนจนล้มลง จากนั้นตนจึงวิ่งเข้าไปในร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ หลังจากที่น้องชายเห็นว่าตนถูกกระทืบจึงวิ่งเข้ามาช่วยตนก่อนถูกวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวรุมกระทืบจนแม่ได้วิ่งเข้ามากอดน้องชาย แต่ก็ถูกกลุ่มวัยรุ่นกระชากตัวน้องชายออกไปกระทืบอีกครั้ง จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุดังกล่าวก็ได้เอาโทรศัพท์มือถือของตนก่อนที่จะหลบหนีไป
นาย ไพฑูรย์ กล่าวว่า ตนต้องขอโทษผู้เสียหายที่ได้ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ และอยากฝากไปถึงวัยรุ่นและประชาชนทั่วไปที่เกิดอุบัติเหตุบนถนนให้ใจเย็นและคุยกันอย่างมีเหตุผลอย่าใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหาเพราะอาจจะเกิดความรุนแรงต่อชีวิตได้
พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวต่ออีกว่า เบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องหาที่เหลืออีก3รายเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สน.เตาปูนในการยืนยันความบริสุทธ์แล้วว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตำรวจจึงลงบันทึกประจำวันไว้ ก่อนปล่อยตัวกลับ เพราะผู้ต้องหาที่เหลือยังไม่ได้มีความผิดเพราะยังไม่ได้ออกหมายจับ ซึ่งหลังจากนี้จะตรวจสอบพยานหลักฐานหากพบว่าผู้ต้องหาที่เดินทางมาแสดงความบริสุทธ์นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็จะขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป

ข่าวล่าสุด