วันพฤหัสที่ 16 ก.พ.นี้ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด เตรียมเรียก เบนซ์ เรซซิ่ง หรือนายอัครกิตต์ เข้าสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง ถ้าหากไม่สามารถนำพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตำรวจก็จะดำเนินคดีไปตามข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นไปได้ว่า เบนซ์ จะมีความผิด ตาม พรบ.สบคบหรือสนับสนุนผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดร่วมกันฟอกเงิน
ขณะที่เครือข่ายค้ายาเสพติดของนายอุสมาน ซึ่งเกี่ยวข้องกีบนายไซซะนะ ขณะนี้หลับหนีอยู่ประเทศลาว และยังพบว่า มีการสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบทางจังหวัดชายแดนใต้ด้วยเช้าวันนี้ พลตำรวจโทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด บอกถึงความคืบหน้าคดีเครือข่ายค้ายาเสพติด ของนาย ไซซะนะ แก้วพิมพา ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่ชาวลาว ว่า ในวันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ จะเรียกนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง เจ้าของรถยนต์หรูยี่ห้อแลมโบกินี่ รุ่นกาลลาโด้ มูลค่า 20 ล้านบาท มาสอบปากคำเพิ่มเติมเป็นครั้งที่สอง เนื่องจากตำรวจพบว่าคำให้การและพยานหลักฐานที่พบยังขัดแย้งกับคำให้การของนายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดเครือข่ายนายไซซะนะ
ทั้งนี้เปิดโอกาสให้นายอัครกิตติ์ นำพยานหลักฐานเกี่ยวกับการครอบครองรถมาให้พนักงานสอบสวนเพื่อชี้แจงการครอบครองรถว่าได้มาอย่างถูกต้องหรือไม่ แต่ในทางสืบสวนของตำรวจยังยืนยันว่า เป็นการครอบครองอย่างผิดกฎหมายซึ่งหากไม่มีพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตำรวจก็จะดำเนินการเต็มที่ไปตามพยานหลักฐาน และ ข้อเท็จจริงที่ได้มา และตามองค์ประกอบของกฎหมาย เป็นไปได้ว่าอาจจะถูกดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.การปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในข้อหาสบคบหรือสนับสนุนผู้กระทำความผิด ร่วมกันฟอกเงิน
ฃส่วนการสรุปสำนวนคดีนี้ หากสอบสวนนายอัครกิตติ์เสร็จสิ้นก็จะสามารถสรุปสำนวนคดีได้ภายในสัปดาห์นี้ /และเชื่อว่าจะสามารถจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ได้อีกอย่างน้อย 1 คน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยืนยันว่า ไม่กังวลที่จะดำเนินคดีกับใคร และจะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับรถ และการฟอกเงินของเครือข่ายนายไซซะนะทั้งหมด
ส่วนการติดตามตัวนายอุสมาน สะแลแมง หนึ่งในผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนายไซซะนะ โดยขณะนี้ทางการข่าวพบว่า นายอุสมาน ได้ทำศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าและหลบหนีอยู่ในประเทศลาว และยังพบว่ามีการสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดไปสู่ประเทศมาเลเซีย ส่วนจะเชื่อมโยงอย่างไรเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงที่ดำเนินการเรื่องนี้ ทั้งนี้กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้ประสานข้อมูลกับทางการลาวอยู่ตลอดเวลา
ขณะเดียวกันวันนี่ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยังแถลงผลการจับกุม ขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งยึดของกลางเป็นยาบ้า 1 ล้าน 5 แสนเม็ด โคเคนกว่า2กิโลกรัม และของกลางอีกหลายรายการ รวมถึงสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม10คน หลังมีการขยายผลจับกุมขบวนการค้าเสพติดรายสำคัญ 4 คดีด้วย