น้ำไหลทะลักที่ท้ายเขื่อน โฮโรวิลล์ ในภาคเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย ลดลงแล้วเมื่อวันจันทร์ ทำให้ความเสี่ยงที่สปิลเวย์ฉุกเฉิน ซึ่งมีรอยโหว่ยาว 61 เมตรและลึก 9 เมตรจะพังทลายลดลงไปด้วย และเจ้าหน้าที่ใช้เฮลิคอปเตอร์หย่อนถุงขนาดใหญ่บรรจุก้อนหินลงไปอุดรอยโหว่ในบริเวณส่วนต้นของสปิลเวย์ฉุกเฉิน ขณะที่น้ำยังคงไหลผ่านสปิลเวย์หลักที่เป็นคอนกรีต เพราะสำนักงานทรัพยากรน้ำแคลิฟอร์เนียยังคงต้องระบายน้ำในเขื่อนเพื่อให้ระดับน้ำลดลงอีก 15 เมตร ก่อนที่พายุลูกใหม่จะพัดกระหน่ำทำให้หิมะตกอีกกลางสัปดาห์นี้
ระดับน้ำในเขื่อนโอโรวิลล์เพิ่มสูงขึ้นหลายสัปดาห์นี้หลังมีฝนและหิมะตกหนัก ทำให้จำเป็นต้องระบายน้ำผ่านสปิลเวย์ฉุกเฉินเมื่อวันเสาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 50 ปีของเขื่อน
การซ่อมแซมสปิลเวย์มีขึ้นหลังจากทางการท้องถิ่นสั่งอพยพประชาชนราว 188,000 คนออกจากพื้นที่ท้ายเขื่อน เพราะวิตกว่าสปิลเวย์ฉุกเฉินอาจพังทลายภายในไม่กี่ชั่วโม ซึ่งอาจทำให้กำแพงน้ำสูง 9 เมตรไหลทะลักเข้าท่วมหมู่บ้าน ทางการยอมรับว่าอาจต้องรอจนกว่าการซ่อมแซมสปิลเวย์จะเสร็จสิ้น จึงจะอนุญาตให้ชาวบ้านกลับเข้าบ้านเรือนได้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่อาจระบุได้ว่าต้องใช้เวลาซ่อมแซมนานแค่ไหน และยังไม่อาจกำหนดเวลายกเลิกคำสั่งอพยพได้
วุฒิสมาชิกรัฐแคลิฟอร์เนียเรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศภาวะภัยพิบัติเพื่อจัดสรรความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง โดยต้องการของบประมาณราว 162.3 ล้านดอลลาร์
เขื่อนโอโรวิลล์มีความสูง 230 เมตร เป็นเขื่อนที่สูงที่สุดในสหรัฐ ก่อสร้างในช่วงปี 2505-2511 กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 3 กลุ่มเคยมีหนังสือเตือนถึงรัฐบาลสหรัฐเมื่อ 17 ต.ค.2548 ให้เสริมคอนกรีตที่สปิลเวย์ฉุกเฉินจากเดิมที่เป็นเพียงเนินเขา แต่รัฐบาลสมัยประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ไม่ทำตามคำร้องขอ