วิศวกรแจ้งความคดียิงวัยรุ่นดับ ตำรวจแจ้งซ้ำ ถูกกลุ่มโจ๋ยำ วันระงับเหตุ

ชลบุรี-วิศวกรแจ้งความดำเนินคดีกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายร่างกาย พร้อมเอารถเก๋งไปตรวจสอบเขม่าดินปืนช่วงยิงวัยรุ่น
ข่าว
ความคืบหน้าคดีเป็นข่าวสนั่นโซเชียลเมื่อวิศวกรนายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ อายุ 50 ปี ได้ใช้อาวุธปืนยิงนายนวพล ผึ่งผาย หรือปอนด์ อายุ 17 ปี เสียชีวิต โดยมีสาเหตุมาจากจอดรถขวางทางกัน ทำให้รถของนายสุเทพไม่สามารถเคลื่อนที่ได้บริเวณสะพานปลาอ่างศิลา พร้อมทั้งด่าทอกันอย่างรุนแรง หลังจากนั้นนายสุเทพได้ขับรถเก๋งพร้อมครอบครัวจะกลับที่พักกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางอ่างศิลา-สุขุมวิท ปรากฏว่ากลุ่มวัยรุ่นได้ขับรถตู้ และรถเก๋งโตโยต้า วีออส ไล่ติดตามพร้อมส่องไฟสูง นายสุเทพจึงได้จอดรถข้างทางเพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิบริเวณสามแยกตลาดอ่างศิลา ต.อ่างศิลา อ.เมือง จ.ชลบุรี กลุ่มวัยรุ่นจึงได้จอดรถตู้พร้อมทั้งกรูเข้าไปหา รวมทั้งนายนวพลได้วิ่งไปรถ และถูกกระสุนปืนดังกล่าว เสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 12 กุมภาพันธ์ นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ พร้อมภรรยา ทนายความ และตำรวจติดตามได้เดินทางมาที่ สภ.แสนสุข โดยนำรถคันที่ใช้วันที่ก่อเหตุรถยนต์เป็นเก๋งยี่ห้อมาสด้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฌต 5079 กรุงเทพฯ มาที่ สภ.แสนสุข
หลังจากนั้นได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ เพิ่มพูล ผกก.สภ.แสนสุข พ.ต.ท.ธีรวัฒน์ จันทร์ศรีเพชร รอง ผกก.สส.สภ.แสนสุข เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม พร้อมทั้งแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุชกต่อยในวันเกิดเหตุ ทำให้แว่นตาแตกกระจาย ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด ต่อมาตำรวจได้นำรถเก๋งของนายสุเทพ ไปตรวจสอบเขม่าดินปืนที่กองวิทยาการ สำนักงานตำรวจภาค 2 อ.เมือง จ.ชลบุรี
ขณะเดียวกัน วันนี้ ร.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ จิตอนงค์ รอง สว.จร.สภ.แสนสุข ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่เข้าระงับเหตุในวันดังกล่าว และถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ ได้เข้าแจ้งความดำเนินกับกลุ่มวัยรุ่นฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติการตามหน้าที่ เนื่องจากวันเกิดเหตุขณะควบคุมตัวนายสุเทพอยู่นั้น ได้มีกลุ่มวัยรุ่นกรูเข้ามาทำร้ายร่างกายผู้ต้องหา ทำให้ร.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์โดนลูกหลงถูกทำร้ายด้วย
ทางด้าน พ.ต.อ.เชี่ยวชาญ เพิ่มพูล ผกก.สภ.แสนสุขกล่าวว่า นายสุเทพเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนครั้งนี้ เพื่อมาให้ปากคำเพิ่มเติม รวมทั้งนำหลักฐานบางส่วนมามอบกับพนักงานสอบสวน ส่วนการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ขณะนี้สอบไปได้แล้วทั้งหมด 12 ปาก และยังจะสอบปากคำพยานเพิ่มเติมผู้ที่เกี่ยวข้องอีก เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายอย่างไรก็ตามการวิพากษ์วิจารณ์ในกระแสโซเชียลไม่มีผลต่อการทำงานของตำรวจ เพราะคดีนี้ไม่ซับซ้อนแต่อย่างใด