รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พิชิต อัตราทิตย์ ระบุองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.ยังไม่ได้ส่งหนังสือบอกเลิกสัญญาการจัดซื้อรถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง หรือรถเมล์เอ็นจีวี ไปยังบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป เพราะจะเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องทางแพ่ง และล่าสุดเบสท์รินได้ส่งหนังสือโต้แย้งมายัง ขสมก. ซึ่งจะมีผลต่อการพิจารณาในกระบวนการยุติธรรม
หนังสือของเบสท์รินระบุว่า บริษัทได้พยายามส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวี 390 คันให้ ขสมก.แต่ ขสมก. ไม่ยอมตรวจรับ จึงขอให้ ขสมก. ขยายกำหนดการรับมอบรถจากวันที่ 9 ก.พ.ออกไปก่อน และบริษัทยินดีจ่ายเงินประกันเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ถูกหักวงเงินค้ำประกันจนครบ 330 ล้านบาทแล้ว
ขสมก.ได้หารือไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดถึงปัญหาดังกล่าว และได้รับความเห็นว่า ถ้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและพบว่า ขสมก.ไม่ได้พิจารณาหนังสือที่คู่กรณีโต้แย้ง ขสมก. อาจถูกมองว่าดำเนินการไม่เหมาะสม คณะอนุกรรมการด้านกฎหมายและคณะกรรมการตรวจรับจะนำข้อคิดเห็นดังกล่าวไปประชุมหารือกันโดยเร็วที่สุด คาดว่าจะเป็นวันที่ 14 ก.พ.นี้ เพื่อหาข้อสรุปว่าจะส่งหนังสือบอกเลิกสัญญา หรือขยายระยะเวลาการส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวี
ด้านประธานบริษัท เบสท์ริน คณิสสร์ ศรีวชิระประภา ระบุ บริษัทได้ขอขยายระยะเวลาการส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวีทั้ง 489 คันออกไปอีก 15 วัน จากที่ครบกำหนดเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งการขยายเวลาเป็นเรื่องที่ ขสมก.สามารถดำเนินการได้ เพราะสัญญาระบุชัดเจนว่า บริษัทสามารถขอขยายเวลาส่งมอบรถได้หากเกิดปัญหาเหตุจำเป็นบางประการ
ส่วนกรณีที่บริษัท ซุปเปอร์ซาร่า ในเครือเบสท์รินและผู้นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวียื่นฟ้องเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร 3 คนต่อศาลอาญานั้น ศาลได้ประทับรับฟ้องและนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 24 เม.ย.นี้