เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ พลตำรวจชาตรี ไพศาลศิลป์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ให้สัมภาษณ์ว่าในวันนี้มีเพียงคำสั่งของเลขาฯ ปปส.ให้ตรวจสอบทรัพย์สินของกลุ่มนายบอย ซึ่งเบื้องต้นมีประมาณ 12 รายการ โดย หนึ่งในนั้น คือ รถแลมโบกินี สีเทาของนายเบนซ์ ด้วย ซึ่งทาง ปปส ใช้อำนาจยึดไว้ก่อน เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบว่ามีความเกี่ยวพันกับคดียาเสพติดหรือไม่ ซึ่งกระบวนการต่างๆจะต้องดำเนินการเป็นขั้นตอน คือเมื่อพบรถต้องสงสัย ทางตำรวจก็มีอำนาจอายัดไว้โดยการยินยอมของผู้ครอบครอง แต่ทั้งนี้การดำเนินการที่เป็นทางการต้องใช้อำนาจของเลขาธิการ ปปส. ให้ยึดไว้ชั่วคราว เพื่อรอให้การตรวจสอบเสร็จสิ้นข้อสงสัย
พล.ต.ต.ชาตรี บอกว่า ทั้งนี้รถลัมโบร์กินีที่ได้ตรวจยึดไว้ จะต้องใช้เวลาสักระยะจึงจะทราบที่มาที่ไปของรถ เพราะต้องส่งหนังสือถึงหลายหน่วยงานทั้งกรมการขนส่ง กรมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ศุลกากร ให้ช่วยตรวจสอบการนำเข้ามาว่าถูกต้องแค่ไหนอย่างไร ส่วนทางกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) ได้ตรวจว่ารถคันนี้ตามเลขที่ปรากฎมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือไม่ อีกทั้งยังได้ประสานนบริษัทนำเข้าหรือตัวแทนจำหน่ายขอให้ตรวจทางกายภาพว่ามีการดัดเสริมเติมแต่งอะไรหรือไม่ และตรวจสอบเอกสารอื่นๆ ประกอบ
ส่วนกรณีที่เจ้าของเต็นท์รถ บูโน่ ออโต้ คลีนิก รถมาให้ข้อมูล ก็ถือเป็นเรื่องทั่วไป เพราะว่าเกี่ยวข้องเรื่องการจำหน่าย รถลัมโบกินี่จริง เบื้องต้นพบว่าเป็นการซื้อขายรถอย่างถูกต้อง ยังไม่พบความผิดปกติ ส่วนบุคคลอื่นขณะนี้ยังไม่มีการเรียกใครเข้ามาสอบเพิ่มเติม
หลังจากนีจะเรียกเบนซ์ เรซซิ่ง เข้าให้ข้อมูลอีกครั้งเพิ่มเติม เนื่องจากการเข้ามาให้ครั้งแรกเอกสารที่รวบรวมได้ยังไม่ครบถ้วน และทางพนักงานสอบสวนเองก็อาจจะยังไม่ได้ตั้งหลักในการถามประเด็นอื่นๆมาก เพราะว่าต่างฝ่ายต่างเจอกันครั้งแรก
กรณีที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้รับแจ้งเบาะแสรถหรูจากหลายสถานที่ ซึ่งพบว่ามีรถหรู 2 คันเป็นรถลัมโบร์กินี กัลลาโด สีส้ม รถเบนท์ลีย์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนทั้ง 2 คัน ถูกพบที่อาคารจอดรถของคอนโดบ้านประชานิเวศน์ 1 พบว่าเป็นรถหรูที่ทางตำรวจศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปจร.น.) ยึดมาจากการกระทำความผิด โดยได้เช่าพื้นที่ดังกล่าวไว้จอดรถ ระหว่างการรอผลการตรวจพิสูจน์ที่มาที่ไปของรถ ซึ่งมีหนังสือเอกสารถึงศุลกากรอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ จึงจำเป็นต้องหาที่จอดรถที่หลบแดดหลบฝนได้ เพราะรถมีราคาสูง
ส่วนความคืบหน้าเกี่ยวกับปฏิบัติการ"ชัยยะ สยบไพรี 60/2" ว่า หลังจากทางการมาเลเซียได้จับกุมตัวนายคามะลูดีน บิน อาหว่อง ( Mr.Kamarudin Bin Awang) ชาวมาเลเซีย ซึ่งถูกจับภายใต้มาตราการพิเศษเกี่ยวกับยาเสพติดอันตราย โดยสามารถจับกุมได้ที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเชีย เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลา 21.00 น. โดยเชื่อว่านายคามะลูดีนเป็นเป้าหมายคนเดียวกับนายไซนุเด็ง มะ ลูกเขย นายมะรินิง จาโก หรือ "มะ สิบล้อ" หัวหน้าเครือข่ายรับยาเสพติดจากทางเหนือและภาคอีสาน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวมานานกว่า 5 ปีนั้น ทาง พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. ได้สั่งการให้ส่งทีมไปดำเนินการขอสอบปากคำนายคามะลูดีน โดยจะประสานกับทางการมาเลเซีย เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปพูดคุยสอบถามข้อมูลกับนายคามะลูดีน และอาจขอส่งตัวนายคามะลูดีนตามพระราชบัญญัติส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป