ที่เกิดเหตุประกอบกิจการอาบ อบ นวด สูง 4 ชั้น พบหญิงสาวหน้าตาดีกำลังนั่งรอให้บริการจำนวน 32 ราย ประกอบด้วยคนไทย 13 ราย ชาวเมียนมาร์ 16 ราย ชาวลาว 1 คน ชาวพื้นที่สูง 2 คน หนึ่งในนั้นมีอายุต่ำกว่า 18 ปี 1 ราย คือชาวเมียนมาร์ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมของกลางไว้เป็นหลักฐานพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนว่าภายในสถานที่ดังกล่าว ลักลอบเปิดให้บริการค้าประเวณีจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบจนกระทั้งสามารถจับกุมตัวหญิงสาวได้ทั้งหมด ทั้งนี้พบว่าสถานที่ดังกล่าวเปิดลักลอบค้าประเวณีจริง รวมทั้งใบอนุญาตหมดอายุ โดยมีการนำชาวต่างด้าวเข้ามาค้าประเวณีโดยผิดกฎหมาย และนำเด็กอายุตำ่กว่า 18 ปี มาขายบริการทางเพศซึ่งเข้าข่ายการค้ามนุษย์
"ขอฝากถึงสถานประกอบการในทุกแห่งห้ามมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งหลังจากนี้ต้องทำการตรวจสอบสถานบริการธารทิพย์หากพบว่าใบอนุญาตหมดอายุก็จะดำเนินคดี และจะไม่สามารถประกอบกิจการได้ แต่ระหว่างนี้ยังสามารถเปิดบริการได้ตามปกติ เนื่องจากอยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสาร" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเจ้าของกิจการ ประกอบด้วยไม่มีใบอนุญาตประกอบสถานบริการ ,เจ้าของกิจการค้าประเวณี ,เป็นนายจ้างจัดหาบุคคลต่างด้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต และค้ามนุษย์ ส่วนหญิงสาวค้าประเวณีและพนักงานแจ้งข้อหาค้าประเวณี มั่วสุมในสถานค้าประเวณี ,ต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และธุระจัดหา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนพร้อมทั้งติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าจับกุมพบเด็กสาวจำนวนหนึ่งวิ่งหนีเข้าไปแอบในห้องบริเวณชั้น 2 ห้อง2/3 ซึ่งทราบกันดีว่าเป็นห้องหลบเจ้าหน้าที่ตำรวจหากทราบว่ามีการเข้าตรวจค้น ทั้งนี้มีน.ส.ก้อย รับเป็นผู้ดูแล โดยจากการตรวจสอบเจ้าของที่แท้จริงคือเฮียเคี้ยง ซึ่งได้เสียชีวิตด้วยโรคชราเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งหลังจากเฮียเคี้ยงเสียชีวิตกิจการได้ตกเป็นของแม่ใหญ่ (นางจินตนา มังกรแก้ว) ซึ่งเป็นภรรยาของผู้เสียชีวิต หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียกเพื่อมาสอบสวนเพิ่มเติมหากไม่มาจะทำการออกหมายจับต่อไป