สถานการณ์ภัยแล้งเริ่มคุกคาม สระน้ำกลางหมู่บ้าน เนื้อที่กว่า 10 ไร่ ที่ใช้เป็นน้ำดิบผลิตประปาบริการประชาชน 2 หมู่บ้าน มีบ้านหนองขวาง หมู่ 1 และบ้านหนองขวางน้อย หมู่ 17 ต.พรสำราญ อ.คูเมือง เริ่มตื้นเขินลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากต้องใช้ผลิตประปาทั้ง 2 หมู่บ้าน คาดจะใช้ได้ไม่ถึงเดือนเมษายน ก็จะแห้งขอด อีกทั้งน้ำในสระยังมีกลิ่นเหม็นจากวัชพืชที่หมักหมม และน้ำเสียจากหมู่บ้านไหลลงสระเนื่องจากไม่มีท่อระบายน้ำ
ขณะที่บ่อประปาบาดาลหมู่บ้านที่ใช้งบประชารัฐกว่า 200,000 บาทขุดเจาะเมื่อเดือนกันยายน 2559 ที่ผ่านมาเพื่อหวังจะให้เป็นน้ำสำรองใช้ในช่วงหน้าแล้งกรณีน้ำในสระไม่เพียงพอ เนื่องจากปีที่ผ่านมาน้ำในสระแห้งขอดเหลือเพียงโคลนตม ทำให้ชาวบ้านขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ แต่สภาพน้ำบาดาลก็กร่อยใช้ได้เพียงซักผ้า และอาบเท่านั้นไม่สามารถนำไปดื่มกิน หรือประกอบอาหารได้ ทำให้ขณะนี้ชาวบ้านต้องลงทุนซื้อน้ำสะอาดจากพ่อค้ารถเร่ครัวเรือนละ 100 200 บาทต่อสัปดาห์ เพื่อใช้สำหรับดื่มกิน หุงข้าว และประกอบอาหาร
นางสาง พุทไธสง อายุ 56 ปี ชาวบ้านบ้านหนองขวาง ม.1 บอกว่าได้ประสบปัญหาภัยแล้งต่อเนื่องมา 2-3 ปีแล้ว เนื่องจากสระน้ำกลางหมู่บ้านตื้นเขินไม่เพียงพอผลิตประปาบริการชาวบ้านในหมู่บ้านได้ตลอดทั้งปี ทำให้ชาวบ้านต้องลงทุนซื้อน้ำอุปโภคบริโภคกันเอง ถึงแม้ปีนี้จะได้รับงบประชารัฐมาทำการขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อใช้เป็นน้ำสำรอง แต่ก็ได้แค่อาบ และซักผ้าเท่านั้นไม่สามารถนำไปบริโภคหรือประกอบอาหารได้ก็ต้องซื้อน้ำสะอาดจากพ่อค้ารถเร่ไว้ดื่มกินและหุงหาอาหาร จึงอยากให้ร้องขอให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือด้วย
นายวิเชียร ศรีระพันธ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองขวาง ม.1 บอกว่าสระกลางหมู่บ้านดังกล่าวเป็นแหล่งน้ำดิบเพียงแห่งเดียวที่ใช้ในการผลิตประปาแต่ไม่เคยทำการขุดลอกมาตั้งแต่ปี 2539 ส่งผลให้มีสภาพตื้นเขินทั้งยังไม่มีท่อน้ำไหลเข้า-ออกจนไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ผลิตประปาบริการชาวบ้านทั้ง 2 หมู่บ้านกว่า 300 ครัวเรือน ได้ตลอดทั้งปี ทำให้ช่วงหน้าแล้งชาวบ้านเดือดร้อนต้องซื้อน้ำอุปโภคบริโภคต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ที่ผ่านมาแม้จะทำเรื่องไปยังทาง อบต.อำเภอ และจังหวัดให้มาสำรวจเพื่อทำการขุดลอกแล้ว แต่จนถึง
ขณะนี้ก็ยังไม่มีการดำเนินการ จึงอยากร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาสำรวจ เพื่อหางบประมาณมาดำเนินการขุดลอกให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ผลิตประปาได้ตลอดทั้ง จะได้ไม่ต้องประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากอีก