ด้านพล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก. จ.ปทุมธานี กล่าวว่าจากที่วันที่ วันที่28ม.ค.60นางสาวกรกนก แก้วจันทร์ อายุ20ปี นักศึกษาสาวที่ถูกคนร้ายซึ่งนั่งตกปลาอยู่ข้างถนนแล้วเหวี่ยงสายเบ็ดไปถูกนางสาวกรกนก แก้วจันทร์ อายุ20ปี นักศึกษาสาว ผู้เสียหายซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เพื่อนชายผ่านมาพอดีทำให้หน้าตาเสียโฉม เพราะโดนเส้นเอ็นเบ็ดบาดหน้าจนได้รับบาดเจ็บตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น หลังจากเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจโดยตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีและได้ให้ข้อมูลกับทางผู้จะหายอยู่ตลอดเวลาซึ่งทำให้ผู้เสียหายมีความพอใจในเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ลงทำทำงานเป็นอย่างมากจนสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ซึ่งวันนี้ตามผู้เสียหายและผู้ต้องหาได้พูดคุยแล้วตกลงเรื่องค่าเสียหายเป็นไปได้ด้วยดีตนเองก็รู้ดีใจกับทั้ง2ฝ่ายตกลงกันได้ด้วยดี
ส่วนนางสาวกรกนก แก้วจันทร์ อายุ20ปี บอกว่าตนเองอยากขอบคุณพล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก. จ.ปทุมธานี และพ.ต.อ.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติผกก.สภ.ปากคลองรังสิต พร้อมทางเจ้าหน้าที่สืบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคน ที่ได้ช่วยกันติดตามคดีของตน โดยทำงานอย่างเข้มแข็ง และโทรศัพท์บอกตนถึงความคืบหน้าของคดีอยู่ตลอดเวลาซึ่งตนเองก็รู้สึกดีใจว่าคดีเล็กๆขนาดนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีและอยากขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ได้ช่วยกันมาทำข่าวและแชร์ภาพของตนเองซึ่งเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนตกปลาอยู่ห้างถนนโดยให้ใช้ความระมัดระวังกันด้วย
ส่วนนายทศพร (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหา รับสารภาพว่าวันเกิดเหตุตนไปนั่งตกปลากับเพื่อน2คนซึ่งขนาดนั้นว่าได้กินเบ็ด และตนเองก็ได้ดึงปลาขึ้นมาจากน้ำและเป็นจังหวัดเดียวกันกับที่สายเบ็ดได้ขาดและกระเด็นไปถูกหน้าน้องผู้เสียหายได้ขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาพอดีจึงทำให้ได้รับความบาดเจ็บ และตนเองก็อยากจะขอโทษและสำนึกผิดที่กระทำสิ่งที่ไม่ดีลงไป เมื่อเกิดเหตุแล้วจนได้คุยกับพูดแล้วหายและกลับไปที่บ้านเพื่อจะนำเงินมาให้ เป็นค่ารักษาพยาบาลแต่กลับไปไม่เจอใคร และก็ไม่ได้มาติดต่อกับการเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกเลย จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
ด้านพ.ต.อ.สรัลพัฒน์ ยศสมบัติ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต กล่าวว่า ถึงแม้คดีนี้เป็นคดีเล็กน้อยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจพร้อมทั้งให้ความสำคัญและติดตามจับกุมคนร้ายอยู่ตลอดเวลาหลังจากเกิดเหตุ ซึ่งจากการสอบถามจากผู้ใช้หายแล้วถามพูดได้หายจดจำรูปลักษณะประพันธ์สัณฐานของคนร้ายไม่ได้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามจากกล้องวงจรปิดจนสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ดังกล่าวซึ่งหลังจากเกิดเหตุแล้วทางผู้ต้องหากับการพูดได้หายและได้ตกลงค่าเสียหายแล้วพร้อมกับนัดเจอกัน แต่ถามผู้ต้องหาไม่มาตามที่ตกลงกันไว้ทางผู้เสียหายจึงได้แจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและตนได้สอบถามทางผู้ต้องหาแล้วว่าทำไมไม่มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือพวกหรือผู้จะหายเส้นทางผู้จะหายได้กล่าวว่าอะไรจนรู้สึกกลัวและทำอะไรไม่ถูก ซึ่งคดีทุกคดีถามผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1ได้สั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยให้ช่วยเหลือทางผู้เสียหายและประชาชนให้เต็มความสามารถกับการเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจของประชาชน