กระทั่งเวลา 11.00 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการตั้งด่านเพื่อทำการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย บริเวณสามแยกบ้านห้วยไคร้ หมู่ 2 ต.เบญจขร อ.คลองหาด พบรถยนต์ต้องสงสัยเหมือนกับบรรทุกของหนัก แต่เมื่อรถคันดังกล่าวขับเข้ามาเห็นด่านตรวจกับเร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงขับรถยนต์ไล่ตามไปอย่างกระชั้นชิด กระทั่งถึงบ้านคลองจิก หมู่ 8 ต.ไทรเดี่ยว อ.คลองหาด จึงสกัดจับไว้ได้ พบเป็นรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า ซิติ้ไทร์แซด สีน้ำเงิน ทะเบียน พร 5367 กรุงเทพมหานคร โดยมี นายพัชรพล ชินรัมย์ อายุ 27 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ เป็นคนขับ
จากการตรวจสอบลบริเวณกระโปรงท้ายรถ พบกระสอบปุ๋ย 3 กระสอบ ตรวจสอบภายในเป็นหนังจระเข้ขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 2-3 เมตร รวม 51 ตัว เจ้าหน้าที่จึงขอดูเอกสารการนำเข้า แต่นายพัชรพล ไม่สามารถนำมาแสดงได้ จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาทำการสอบสวนที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 13 อำเภอคลองหาด จ.สระแก้ว
จากการสอบสวน นายพัชรพล อ้างว่า มีอาชีพเป็นช่างเครื่องหนังอยู่ที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางมาซื้อหนังจระเข้ที่ตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ กับชาวเขมรที่รู้จักกันในราคาตัวละ 500 บาท เพื่อนำกลับไปทำเครื่องประดับจำพวกเข็มขัด รองเท้า และกระเป๋า แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหาด และแจ้งข้อหา ครอบครองสัตว์ป่า สัตว์น้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาติ
อย่างไรก็ตาม หนังจระเข้เถื่อนทั้งหมดมีความสมบูรณ์มากและขนาดใหญ่เต็มตัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเปิดเผยว่า ถ้านำไปขายที่โรงงานฟอกหนังจรเข้จะมีราคาประมาณ 700,000-1,000,000 บาทเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นจระเข้ตัวใหญ่ และหนังมีความสมบูรณ์มาก