รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พลตำรวจตรี ชาตรี ไพศาลศิลป์ บอกว่าหลังจากที่นายเบนซ์ อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง เข้าชี้แจงกับตำรวจปราบปรามยาเสพติด ถึงที่มาของทรัพย์สินหลายรายการ โดยเฉพาะรถยนต์หรู ลัมโบร์กินี กัลลาโด สีเทาดำ มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เมื่อวันศุกร์ที่ 3 ก.พ. ที่ผ่านมา
พนักงานสอบสวนยังไม่มีการนัดหมายการเข้าพบครั้งถัดไป แต่ทราบว่า นายอัครกิตติ์ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเข้ามาชี้แจงเพิ่มเติม ซึ่งตำรวจยังคงสงสัยในประเด็น เงิน 6 ล้านบาท ที่นายเบนซ์ อ้างว่ายืมมาจากนายบอย ณัฐพล นาคคำ เครือข่ายค้ายาเสพติดของนายไซซะนะ ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่ามีการยืมเงินเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เป็นเงินที่มีที่มาอย่างไร หรือเป็นตัวแทนในการดำเนินการแทน นายณัฐพล ในการซื้อรถลัมโบร์กินีหรือไม่ เนื่องจากนายณัฐพล เป็นผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติด จึงไม่สามารถครอบครองทรัพย์สินใดๆ ได้ โดยได้ประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เพื่อขอตรวจสอบในประเด็นนี้
พล.ต.ต.ชาตรี บอกว่า ก่อนหน้านี้ นายบอย ณัฐพล เคยยืมเงินนายเบนซ์ 5 แสนบาท โดยใช้ทะเบียนรถหรือคู่มือรถโพลค์ สีขาว ทะเบียน 5 กจ. ไว้ แต่การที่นายเบนซ์ยืมเงินนายบอย 6 ล้านบาท กลับไม่มีหลักประกันใดๆ ซึ่งตำรวจต้องไปสืบข้อมูลเชิงลึกต่อไป
ด้าน รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พลตำรวจตรี พรชัย เจริญวงศ์ บอกว่า ในวันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00น. จะมีการประชุมร่วมกัน 3 ฝ่าย ทั้ง กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด //ป.ป.ส. และ ปปง. เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยง เส้นทางการเงิน และความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายค้ายาไซซะนะ กับนายเบนซ์ อัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช และหาข้อสรุปว่าจะเรียกใครมาสอบสวนบ้าง ซึ่งจากข้อมูล พบว่ามีคนในวงการบันเทิง วงการไฮโซ ถ่ายรูปคู่กับนายไซซะนะ หลายคน เช่น ดาราช่อง 7 นายอาณัฐ ฬาพานิช นายอ๋อม อัครพันธ์ นะมาตร์ และ ต้อม เรนโบว์ โดยจะตรวจสอบว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร เข้าข่ายจะต้องเรียกมาชี้แจงหรือไม่