เนชั่นทีวี

ข่าว

ตร.เผยผลสอบ "เบนซ์" อ้างไม่รู้จัก "ไซซะนะ" แต่ได้ยืมเงิน "บอย" 6 ล้าน มาดาวน์ลัมโบกีนี่!

03 ก.พ. 2560 | nation_ent

ตร.เผยผลสอบ "เบนซ์" อ้างไม่รู้จัก "ไซซะนะ" 
แต่ได้ยืมเงิน "บอย" 6 ล้าน มาดาวน์ลัมโบกีนี่!

จากการสอบปากคำ นายเบนซ์ ให้การถึงที่มาของรถลัมโบกีนี่ว่า ได้ยืมเงินสดจากนายณัฐพล หรือบอย นาคคำ เป็นเงิน 6 ล้านบาท เพื่อนำไปดาวน์รถ ภายหลังได้ใช้เงินจำนวนดังกล่าวคืนไปแล้วบางส่วน ซึ่งความสัมพันธ์ของนายบอยและเบนซ์ สนิทกันเพราะว่าชอบเรื่องความเร็ว และการแต่งรถ

ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสอบสวนได้สอบปากคำ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง วรโรจน์เจริญเดช นานกว่า 5 ชั่วโมง 
และภายหลัง ที่ทาง นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง และทนายความ ได้ออกมาแถลงกับสื่อมวลชน ยืนยันความบริสุทธิ์และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นคณะของ นายเบนซ์ ได้เดินทางกลับ 
ทางด้าน พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส. ได้ออกมาแถลงกับสื่อมวลชน โดยบอกว่า ในวันนี้ทาง นายเบนซ์ หรือ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช  ได้ให้การที่เป็นประโยชน์ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี 
โดยเจ้าหน้าที่จะนำคำให้การที่ได้สอบปากคำในวันนี้ นำไปเทียบเคียงกับแนวทางการสืบสวน เช่นบัญชีธนาคาร เส้นทางการเงินต่างๆ ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ต้องใช้ระยะเวลา แม้ เบนซ์ จะยืนยันว่าไม่รู้จัก นายไซซะนะ แต่ต้องทำความเข้าใจว่าเครือข่ายยาเสพติดมีขนาดใหญ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องหาความเชื่อมโยงทั้งหมด ในส่วนบุคคล ทรัพย์สิน แต่ขณะนี้ไม่พบว่าเบนซ์มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด 
"อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำ นายเบนซ์ ให้การถึงที่มาของรถลัมโบกีนี่ว่า ได้ยืมเงินสดจากนายณัฐพล หรือบอย นาคคำ เป็นเงิน 6 ล้านบาท เพื่อนำไปดาวน์รถ ภายหลังได้ใช้เงินจำนวนดังกล่าวคืนไปแล้วบางส่วน ซึ่งความสัมพันธ์ของนายบอยและเบนซ์ สนิทกันเพราะว่าชอบเรื่องความเร็ว และการแต่งรถ โดยที่ นายเบนซ์ ให้การว่าไม่รู้ว่านายบอยมีเบื้องหลังเป็นอย่างไร ทั้งนี้ในส่วนบัญชีเงินฝากที่มีเงินจำนวน 3 แสนบาทที่นายบอยโอนเงินเข้าบัญชีร้านแอเรีย 51 ทุกเดือนนั้น ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียด โดยประสานไปทางปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางเงินทั้งหมด เช่นเดียวกับกรณีอาวุธปืน แม้จะอ้างว่ามีใบครอบครองอาวุธ ก็ต้องไปตรวจสอบที่มาว่าได้มาอย่างไร" พล.ต.ต.ชาตรีระบุ 
พล.ต.ต.ชาตรี กล่าวอีกว่า ในส่วนกรณีรถบิ๊กไบค์สองคัน ที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดนั้น นายเบนซ์ ได้ให้การถึงที่มาว่า เป็นคนชอบซื้อรถประเภทบิ๊กไบค์ โดยซื้อมาขายไป แต่ในส่วนนี้ไม่ปรากฏว่าเกี่ยวโยงกับนายบอย ในส่วนของพฤติกรรมการสับทะเบียน นายเบนซ์ ให้การว่า ชื่นชอบในเลข 51 ซึ่งเป็นเลขทะเบียน กจ 51 กทม. โดยปกติเวลาขายรถยนต์จะขายเฉพาะตัวรถ แต่จะเก็บทะเบียนไว้ เพื่อนำมาติดในรถคันใหม่ ซึ่งในกรณีนี้นายเบนซ์ให้การว่าทางกรมการขนส่งยังไม่ได้อนุมัติ แต่เจ้าตัวคิดว่าทางขนส่งน่าจะอนุมัติ จึงนำมาติดเองไว้ก่อน อย่างไรก็ตามพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพรบ.จราจร
ด้าน พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผบช.ปส. กล่าวว่า เบื้องต้นจะนำสำนวนการสอบปากคำในวันนี้มาทำการสรุปทั้งหมด พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม กรมขนส่งทางบก สำนักงานปปง. เป็นต้น เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาทำการสรุปสำนวนทั้งหมด ในสัปดาห์หน้า 
ทั้งนี้หากเจ้าหน้าที่พบข้อสงสัยในประเด็นใดนั้น อาจจะต้องเรียกทางเจ้าตัว รวมทั้งบุคคลใกล้ชิด มาสอบปากคำ ในส่วนกรณีดาราสาว แพท ณปภา ขณะนี้ยังไม่เชิญตัวมาสอบปากคำ ต้องรอผลสรุปสำนวนเสียก่อน 
อย่างไรก็ตามหลังจากสอบปากคำยอมรับว่า มีหลายประเด็นที่ทางชุดสืบสวนให้ความสำคัญ และให้ข้อสงสัย โดยเฉพาะประเด็น เรื่องการยืมเงินจำนวน 6 ล้านบาท ที่สามีของดาราสาวอ้างว่านำไปดาวน์รถ ซึ่งต้องตรวจสอบว่ามีการชดใช้ตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ อย่างไรก็ตามในวันนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหา นายเบนซ์ แต่อย่างใด ต้องรอผลสรุปสำนวนเสียก่อน
ทั้งนี้ ก่อนที่ตำรวจจะแถลงผลสอบต่อสื่อมวลชน ทาง นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง และทนายความ ได้แถลงต่อสื่อมวลชนไปก่อน โดย นายเบนซ์ บอกว่า หลังจากทราบข่าวเมื่อวานนี้ (2ก.พ.) ตนรู้สึกตกใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ข่าวทางโซเซียลต่างๆ ที่ออกไปก็ยังไม่รู้ว่าอะไรจริงไม่จริง แต่ตนมีการแสดงความบริสุทธิ์โดยได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ว่าจะเข้ามาชี้แจงพร้อมกับหลักฐาน แต่เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ตนมาไม่ทันจึงมีการนัดหมายกันว่าเวลา 15.00 น. วันที่ 3 ก.พ. ยินดีจะเข้ามาให้ปากคำและแสดงความบริสุทธิ์ โดยนำหลักฐานที่มีมาแสดง"จากที่ทุกคนมองเบนซ์ ไม่ดีจากการเสพสื่อทางข่าวโซเซียล ซึ่งมันเร็ว ขออย่าเพิ่งไปฟังอะไรมากมายแล้วไปตัดสินใจ ตนเข้าใจว่าอาจจะมันปาก สนุกปาก แต่ต้องรับฟังความเป็นจริงก่อนว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร"ตนจึงเดินทางมาให้ปากคำพร้อมนำหลักฐานมาชี้แจง ซึ่งต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ของ บช.ปส.ที่ช่วยอำนวยความสะดวกและดูแลเป็นอย่างดี ส่วนเรื่องที่มีข้อสงสัยอะไรก็ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมแล้วสรุปก่อน เรื่องผลคดีก็รอติดตามต่อไป และขอยืนยันว่าไม่ได้รู้จัก นายไซซะนะส่วน ทนายความ นายศรัญ กฤษ์อัตการ ทนายความของ เบนซ์ กล่าวว่า เกี่ยวกับเรื่องข้อกฎหมายเป็นเรื่องของคดีความ แต่ยืนยันได้อย่างหนึ่งว่า เบนซ์ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทั้งสิ้น เบนซ์เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนคนหนึ่ง จากการซื้อทรัพย์สินบางอย่าง ซึ่งความบริสุทธิ์ใจของเบนซ์ได้นำมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ที่เหลือก็เป็นเรื่องของกฎหมาย ไม่ใช่แค่วันนี้ตลอดทางจนจบกระบวนการของกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ในครั้งนี้ อะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการเบนซ์ก็จะมาช่วยจนจบเรื่องนี้

ข่าวล่าสุด