เนชั่นทีวี

ข่าว

เปิดแผน "ชัยยะสยบไพรี 60/2" จับผู้ต้องหา 3 ราย "เบนซ์" แค่ผู้ต้องสงสัย

03 ก.พ. 2560 | lastman

เปิดแผน "ชัยยะสยบไพรี 60/2" จับผู้ต้องหา 3 ราย "เบนซ์" แค่ผู้ต้องสงสัย

ปส. ป.ป.ส. ร่วมแถลงแผน "ชัยยะสยบไพรี 60/2" จับกุมผู้ต้องหา 3 ราย ยึดยาเสพติดและยึดทรัพย์ มูลค่ารวม 200 ล้านบาท ส่วน "เบนซ์ เรซซิ่ง" ยังเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.นายศิรินทร์ยา สิทธิชัยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส และ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ ปส. ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการตามแผน "ชัยยะ สยบไพรี 60/2" ซึ่งเป็นการขยายผลจากการจับกุม นายไซซะนะแก้วพิมพา ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดชาวลาว โดยปฏิบัติการตั้งแต่เวลา 06.00 น. ระดมปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ 39 เป้าหมาย จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 2 ราย

คือ นายณัฐพล นาคคำหรือ บอย และ น.ส.อรันญา สิงห์ผงาด และจับกุมนายชัยวัฒน์ ชูสาย หรือ แป๊ะ พร้อมของกลางได้แก่ เคตามีน จำนวน 21.72 กก. มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท, ยาไอซ์ 5.97 กรัม, ยาบ้า 1 เม็ดและยาอี 2 เม็ด เบื้องต้นยึดทรัพย์สินไว้ 14 รายการ รวมมูลค่ายาเสพติดและทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ประมาณ 200 ล้านบาท
ชุดจับกุมรายงานผลการเข้าตรวจค้นตามจุดต่างๆ ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์มายัง ป.ป.ส.โดยจุดที่เป็นบ้านพักของ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง สามี แพท ณปภาตันตระกูล ดาราสาว พบปืน 2 กระบอก เป็นปืนเอชเค บรรจุกระสุน 8 นัด และปืนกล็อก1 กระบอก เป็นปืนมีทะเบียนทั้ง 2 กระบอก โดยปืนเอชเคมีหลักฐานได้รับโอนมรดกจากแม่

ส่วนรถยนต์ลัมโบกินี่ ทะเบียน กจ 51 กทม. เป็นการขยายผลมาจากการยึดทรัพย์เป็นรถยนต์หรูนับ 1,000 คัน ของนายไซซะนะ ใน สปป.ลาว ซึ่งมีรถลัมโบกินี 1 คัน หายไป สืบสวนพบว่าถูกนำเข้ามาในไทย คาดว่ามีการสวมทะเบียนใน จ.ลำพูน

นอกจากนี้ จากฐานข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ทะเบียนของรถลัมโบกินีซ้ำกับรถโฟลค์ ผู้บัญชาการ ปส.จึงย้ำให้ตรวจสอบว่าเป็นทะเบียนปลอม หรือเกี่ยวข้องกับการสวมทะเบียนรถหรูหรือไม่
ด้านนายศิรินทร์ยา กล่าวว่าขณะนี้ นายอัครกิตติ์ ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา แต่เป็นผู้ถือทรัพย์สินแทนนายณัฐพล ทาง ป.ป.ส.จึงใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 และกฎหมายฟอกเงิน ยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบ เพราะเชื่อว่าเป็นทรัพย์ที่ได้จากการค้ายาเสพติดที่นายณัฐพล มอบให้นายอัครกิตต์ถือครองแทน

โดยปรากฏหลักฐานการโอนทรัพย์สินไปมาระหว่างนายณัฐพลและนายอัครกิตติ์ต่อเนื่อง 2-3 ปี หากการสอบสวนขยายผล พบหลักฐานว่านายอัครกิตติ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก็ต้องขอหมายจับนายอัครกิตติ์ด้วย ยืนยันพร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และให้โอกาสนายอัครกิตติ์เข้ามาชี้แจง หากชี้แจงที่มาของทรัพย์สินได้ ก็จะคืนให้ เชื่อว่านายอัครกิตติ์จะต้องติดต่อกลับมาเพราะเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย และเชื่อว่าคงไม่ทิ้งทรัพย์สิน
ด้าน พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวถึงกรณีนายไซซะนะให้ข้อมูลว่า มีไฮโซคนดังเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดว่า ขณะนี้มีคนบางได้รับทรัพย์สินที่อวตาร ทำให้รวยไม่มีที่มาที่ไป ตำรวจจะเร่งสอบสวนขยายผล ขอเวลาในการทำงาน ส่วนนายอัครกิตติ์ถ้าไม่มาพบ เจ้าหน้าที่ก็พร้อมติดตามตัวมาให้ได้และจัดเต็มให้ ระหว่างนี้ขอให้อดใจรอปฏิบัติการสยบไพรี 60/3 อาจสนุกกว่านี้เป็นร้อยเท่า

สำหรับนายอัครกิตติ์อาจจะถูกตั้งข้อหาสมคบค้ายาเสพติด และร่วมกันฟอกเงิน ส่วนนายณัฐพลมีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นผู้ส่งยาเสพติดให้กับนายไซซะนะ

ข่าวล่าสุด