ทหาร ตำรวจ ปกครอง จ.ขอนแก่น ได้ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและแน่ชัดว่านายอินทัช มีการเก็บเงินจากชาวบ้านหลายหมื่นคนๆละ 500- 1,000 บาท โดยอ้างว่าให้สมัครเป็นสมาชิกโครงการกู้เงิน 1 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาท / ปี ไม่มีคนค้ำประกันมานานมากกว่า 7 เดือน จนได้เงินมากกว่า 10 ล้านบาท โดยพยายามหลีกเลี่ยงกฎหมาย และกฎระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย
พล.ต.ต.พรหมณัฏฐเขต ฮามคำไพ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า การออกหมายจับ นายอินทิช สารพันธ์ อ้างว่าเป็นประธานชมรมพัฒนาอาชีพแห่งประเทศไทย (ศูนย์เวียงคำฟ้า กระนวน) ในข้อหา"ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน"เพราะเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา ผบช.ภ.4 สั่งการเร่งรัดให้ ภ.จว.ขอนแก่น ได้ประชุมวางแผนติดตามจับนายอินทัช หลังจากมีหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น เพราะคดีนี้เป็นคดีที่ทำให้เกิดความเสียหายกับประชาชนที่มีรายได้น้อย ดังนั้น ฝ่าย ทหาร ตำรวจ ปกครอง จ.ขอนแก่น จึงได้ร่วมกันสืบสวนหาข้อมูลจนสามารถขอศาลจังหวัดขอนแก่นออกหมายจับนายอินทัช พร้อมพวกในข้อกล่าวหาว่าร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและจังหวัดขอนแก่นจึงขอประกาศแจ้งเตือนประชาชน ว่า การดำเนินการของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังกล่าว มีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นการหลอกลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประชุมหลายครั้งวางแผนจับกุมนายอินทัชตามหมายจับของศาล พร้อมประสานงานกับ ตม.เพื่อไม่ให้หลบหนีข้ามประเทศ
โดยมีชุดสืบจังหวัด และ ภาค 4 พยายามสืบสวนแกะรอย สุ่มเฝ้าไปตามสถานที่ต่างๆที่คาดว่านายอินทัชจะไปหลบซ่อน ตอนนี้เชื่อว่านายอินทัช คงหลบซ่อนตัวอยู่ในขอนแก่น และคงได้ตัวนายอินทัชภายในสัปดาห์นี้แน่นอนนายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ รอง ผวจ. ขอนแก่น กล่าวว่า ตามที่ปรากฏ ข่าวสารในหลายพื้นที่ของภาคอีสาน และหลายจังหวัดในประเทศ ว่ามีบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ได้เชิญชวนประชาชนในพื้นที่ไปสมัครเป็นสมาชิกร่วมโครงการกู้เงิน เพื่อพัฒนาเกษตรกร โดยให้กู้ยืมเงินคนละ 500,0001,000,000 บาท ระยะเวลากู้เงิน 30 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี โดยอ้างว่าแหล่งเงินทุนได้มาจากต่างประเทศไม่สามารถเปิดเผยที่มาได้ กระทั่งศาลได้ออกหมายจับนายอินทัช โดยฝ่ายเจ้าหน้าที่กำลังติดตามหาตัวนายอินทัชพร้อมพวกเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อกล่าวหาว่าฉ้อโกงประชาชน ขออย่าได้หลงเชื่อโดยเด็ดขาด ถ้าบุคคลใดตกเป็นผู้เสียหายไปแล้วก็ขอให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองไหมได้