เนชั่นทีวี

ข่าว

ผลสอบ "สุพัฒ" เข้าข่ายผิดวินัยร้ายแรง

31 ม.ค. 2560 | wanchat

ผลสอบ "สุพัฒ" เข้าข่ายผิดวินัยร้ายแรง

ปลัดกระทรวงพาณิชย์ระบุผลสอบ'สุพัฒ' มีมูลเข้าข่ายความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงเดินหน้าตั้งคณะกรรมการสรุปบทลงโทษ ย้ำแม้จะยื่นใบลาออกแต่ยังต้องถูกลงโทษตามระเบียบราชการ

ปลัดกระทรวงพาณิชย์ วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ระบุ คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา สุภัฒ สงวนดีกุล ก่อเหตุขโมยภาพวาดในโรงแรมประเทศญี่ปุ่น มีความเห็นว่ามีมูลเข้าข่ายความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานทำให้เสียภาพลักษณ์ที่ดีต่อข้าราชการไทยและประชาชนไทยทั้งประเทศ ซึ่งขั้นตอนต่อไปกระทรวงฯจะออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงต่อไป
คณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงจะมีผู้แทนจากหลายหน่วยงาน โดยมีผู้แทนจากกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานคณะกรรมการ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้ โดยบทลงโทษขึ้นอยู่กับฐานความผิด หากเป็นโทษขั้นปลดออก นายสุภัฒ ยังสามารถรับบำเหน็จบำนาญตามระเบียบข้าราชการได้ เช่นเดียวกับการลาออก
แต่หากผลสรุปของคณะกรรมการถือการไล่ออก นายสุภัฒจะไม่สามารถรับบำเหน็จหรือบำนาญได้ แม้นายสุภัฒจะยื่นใบลาออกก่อนที่คณะกรรมการจะสรุปผลการลงโทษ แต่กระบวนการสอบสวนยังคงดำเนินการต่อไป
ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับหนังสือลาออกจากราชการของนายสุพัฒน์อย่างไม่เป็นทางการแล้ว แต่ตามระเบียบราชการ การขอลาออกจะต้องกรอกแบบฟอร์มในเอกสาร และต้องได้รับการเซ็นอนุมัติก่อนจึงจะมีผลอย่างเป็นทางการ
แม้นายสุภัฒจะขอลาออก หรือการลาออกมีผลแล้ว แต่ยังต้องรับการพิจารณาโทษ โดยคณะกรรมการสอบวินัยอย่างร้ายแรงจะเดินหน้าสอบสวนต่อไปจนกว่าจะจบสิ้นกระบวนการ เพราะเรื่องนี้กระทรวงฯตั้งคณะสอบสวนก่อนที่นายสุภัฒ จะส่งหนังสือขอลาออกอย่างไม่เป็นทางการ และกระทรวงฯยืนยันว่าการพิจารณาต่าง ๆ เป็นไปด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม
ส่วนในช่วงเที่ยงวันนี้ นายสุภัฒได้ส่งอีเมล์ถึงสื่อมวลชนแต่ละสำนัก โดยระบุว่า เสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง และขอโทษรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปลัดและผู้บริหาร รวมทั้งเพื่อนข้าราชการและประชาชนชาวไทย และจะยื่นใบลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ส่วนสาเหตุของการกระทำความผิดเป็นเพราะในคืนดังกล่าว ได้สังสรรค์กับเพื่อนชาวญี่ปุ่นในสมัยที่เป็นนักศึกษาที่ญี่ปุ่น และสนุกสนานกันเต็มที่จนเผลอตัวดื่มสุรามากเกินไป เป็นเหตุให้เมามายจนขาดสติโดยไม่รู้ตัว และกระทำในสิ่งที่ไม่สมควร และตลอดระยะเวลา 33 ปี ที่รับราชการในกระทรวงพาณิชย์ ไม่เคยมีประวัติที่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือเสื่อมเสียต่อราชการ แต่เมื่อมีเหตุที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย จึงขอแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำด้วยการลาออกจากตำแหน่ง
นายสุภัฒยังระบุว่าเข้าใจดีว่าการลาออก ไม่สามารถหลีกเลี่ยงกระบวนการตามระเบียบราชการได้ และเมื่อมีการสืบสวนหาข้อเท็จจริง รวมทั้งหากต้องดำเนินการทางวินัย ก็น้อมรับและยินดีให้ความร่วมมือให้ข้อเท็จจริงอย่างเต็มที่

ข่าวล่าสุด