หลังชุดสืบสวนนำภาพจากกล้องวงจรปิด จุดตู้ฝากเงินธนาคารกสิกรไทย สาขาตลาดถนอมทรัพย์ที่เกิดเหตุ มาให้นายศราวุฒิ พึ่งประสพโชค อายุ 18 ปี ผู้เสียหายที่ให้การว่านำเงินสดจำนวน 80,000 บาทมาฝากที่ตู้ฝากเงินมาร่วมชี้จุดที่เดินทางมายังตู้ฝากเงินจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดยังไม่พบนายศราวุฒิเดินทาง มาที่ตู้ฝากเงินถึงแม้ตรวจสอบย้อนหลัง หรือก่อนหน้าเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ ซึ่งในที่ประชุมยังคงควบคุมตัวนายศราวุฒิสอบเครียดเป็นเวลากว่า 5 ชั่วโมง
พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาวกล่าวว่าขณะนี้ชุดสืบสวนได้ประสานขอภาพจากกล้องวงจรปิดในตลาดถนอมทรัพย์ ในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุได้ภาพจากกล้องทั้ง 4 จุดตรวจสอบภาพตามที่ผู้เสียหายให้การยังไม่พบว่านายศราวุฒิเดินทางมาที่ตู้ฝากเงินตามที่กล่าวอ้าง ยังต้องสอบสวนนายศราวุฒิ ผู้เสียหายเนื่องจากเจ้าหน้าที่พบว่ายังให้การมีพิรุธในหลายจุดทั้งที่ตลาดมีรปภ.ทุกจุด ทำไมไม่รีบแจ้งรปภ.ทั้งตู้ฝากเงินสดของธนาคารจะปิดดำเนินการเวลา สี่ทุ่ม หากพบว่าให้การเท็จ จะถูกดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ยังประสานไปทางธนาคารขอภาพจากกล้องวงจรปิดของตู้ฝากเงินมาตรวจสอบเหตุการณ์ทั้งหมด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบภาพรถของคนร้ายตามที่ผู้เสียหายกล่าวอ้างก็ยังไม่พบว่ามีรถยนต์เก๋งสีบรอนซ์ทอง ขับเข้ามาในตลาดในช่วงเวลาขณะเกิดเหตุ
ด้านนายอำนาจ วรสาตร์ ผช.ผจก.ตลาดถนอมมิตร88 กล่าวว่าการรักษาความปลอดของตลาดแห่งนี้ ติดกล้องวงจรปิดทั้งหมด60ตัวรอบตลาดและมีรปภ.ยืนประจำอยู่ทุกจุด หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.คันนายาวมาดูภาพจากกล้องวงจรปิดตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ ไม่พบภาพนายศราวุธและรถของคนร้ายเข้ามาในตลาดเลย นอกจากนี้ในคืนเกิดเหตุยังมีตลาดโต้รุ่ง มีคนพลุกพล่านและมีรปภ.อยู่ทุกจุดหากมีเหตุร้ายเกิดขึ้นต้องสกัดจับได้ทัน
รายงานข่าวแจ้งว่าหลังจากที่โดนสอบสวนอย่างหนักตั้งแต่เมื่อกลางดึกนายศราวุฒิได้รับสารภาพว่ากุเรื่องทั้งหมดขึ้นเพราะเกรงว่าจะถูกพี่สาวต่อว่าเรื่องเงินที่ให้ไปจ่ายค่าเทอม แต่นายศราวุฒิกลับนำไปใช้จนหมด โดยสาเหตุว่านำเงินไปใช้ทำอะไรนั้นนายศราวุฒิขอพูดกับพี่สาว ในการแถลงข่าวที่บช.น.
ต่อมาเวลา14.00 น.หลังจากที่โดนสอบสวนอย่างหนักตั้งแต่เมื่อกลางดึกนายศราวุธ ได้รับสารภาพว่าสร้างเรื่องทั้งหมดขึ้น เพราะเกรงว่าจะถูกพี่สาวต่อว่าเรื่องเงินที่ให้ไปจ่ายค่าเทอม จึงโกหกเรื่องขึ้น ด้านพ.ต.อ.สิงห์ เปิดเผยว่า ขณะนี้นายศราวุธ ได้รับสารภาพแล้ว ว่าได้กุเรื่องดังกล่าวขึ้นเนื่องจากกลัวความผิดที่ได้นำเงินพี่สาวไปใช้จ่ายจนหมด ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา ป.วิอาญา ม.173 ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า ได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท ซึ่งมีโทษหนักกว่าแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จ