ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายอนัสตนันท์ หรือตุ้ย อุจฉกรรณ์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77 หมู่ 3 ต.พรสวรรค์ อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่จ.74/2560 ลงวันที่ 25 มกราคม 2560 นายทรงเกียรติ หรือเอ็ม อุจฉกรรณ์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77 หมู่ 3 ต.พรสวรรค์ อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ จ.75/2560 ลงวันที่ 28 มกราคม 2560 และนายจักรพงษ์ หรือสาม ปันโย อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 9 ต.น้ำอ้อม อ.ค้อวัง จ.ยโสธร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ จ.88/2560 ลงวันที่ 28 มกราคม 2560 พร้อมของกลางชุดพนักงานรักษาความปลอดภัยบริษัทแรงเจอร์ อินเวสดิเกชั่น จำกัด 1 ชุด เสื้อยืดคอปก สีน้ำเงิน 1 ตัว อาวุธมีด 1 เล่ม รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีแดง-ขาว หมายเลขทะเบียน 5 กฮ 1287 กรุงเทพมหานคร และหมวกกันน็อค 1 ใบ
พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา ทางพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ได้รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านเศรษฐสิริ ถนนพัฒนาการ แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม. ทะเลาะวิวาทก่อนใช้อาวุธมีดแทงกันจนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จึงรุดเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ประเวศ ที่เกิดเหตุพบเพียงพยาน ก่อนเล่าเหตุการณ์ว่า นายอนัสตนันท์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านดังกล่าวได้ยกพวกรวม 3 คน เข้ามารุมทำร้ายร่างกาย นายอากบาร์ ดาโอ๊ะ จนได้รับบาดเจ็บที่แขน ก่อนหนึ่งในผู้ก่อเหตุจะใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่แผ่นหลังของ นายอุสมาน เละนิ อายุ 26 ปี จนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส จากนั้นพลเมืองดีได้เร่งนำตัวส่ง รพ.วิภาราม แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบคนร้ายรวม 3 ราย ขณะลงมือก่อเหตุได้อย่างชัดเจน จึงนำไปสู่การออกหมายจับและกดดันตัวผู้ต้องหาจนกระทั่งทั้งหมดเข้ามามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ในช่วงหัวค่ำของวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา
สอบสวนนายอนัสตนันท์ รับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามปกติ จู่ๆเกิดหิวข้าวขึ้นมาแต่ไม่มีเงินเพียงพอ จึงตัดสินใจไปขอยืมเงินมาจากหัวหน้ารักษาความปลอดภัยจำนวน 20 บาท แต่หัวหน้ากลับยื่นธนบัตรฉบับละ 100 บาท มาให้แทน เพราะไม่มีธนบัตรมูลค่า 20 บาท พร้อมทั้งบอกว่าส่วนที่เหลืออีก 80 บาท ให้นำไปคืน นายอากบาร์ ดาโอ๊ะ เนื่องจากติดเงินไว้อยู่เช่นกัน จากนั้นตนจึงปั่นจักรยานไปซื้อข้าวเหนียวไก่ย่างในราคา 40 บาท ก่อนนำเงินกลับมาคืนนายอากบาร์ ดาโอ๊ะ เพียงแค่ 60 บาท จนนายอากบาร์ ดาโอ๊ะ เกิดความไม่พอใจพร้อมทั้งด่าทอไปต่างๆนานา และบอกว่าให้นำไก่ย่างไปคืนที่ร้านเพื่อนำเงินมูลค่า 20 บาท ที่หัวหน้าเคยยืมไปมาใช้หนี้ หากไม่นำเงินมาคืนก็มาต่อยกัน จากนั้นตนจึงปั่นจักรยานกลับบ้านพักไปเพื่อนำเงินที่เหลือมาคืน
"ระหว่างนั้นนายทรงเกียรติ ซึ่งเป็นน้องชาย และนายจักรพงษ์ เพื่อนของน้องชายอยู่ที่บ้านพักพอดี ผมจึงเล่าให้ฟังว่ามีเรื่อง อยากจะตามก็ตามมา ก่อนที่ผมจะปั่นจักรยานกลับมาที่ป้อมยาม เมื่อผ่านไปได้สักพักผมเห็นนายจักรพงษ์ ขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้ามา โดยมีนายทรงเกียรติ นั่งซ้อนท้าย จากนั้นทั้งคู่ได้วิ่งลงมาจากรถ โดยนายทรงเกียรติ ได้ใช้ท่อนไม้เข้าไปฟาดนายอากบาร์ ดาโอ๊ะ 1 ครั้ง แต่สามารถหลบได้ ซึ่งขณะนั้นผมอยู่ภายในป้อมพร้อมกับนายอุสมาน จึงตัดสินใจใช้อาวุธมีดพกสั้นที่ติดตัวไว้เพื่อป้องกันตัวขณะปฎิบัติหน้าที่แทงเข้าไปที่กลางแผ่นหลัง จนมีดหักคาก่อนพวกผมจะพากันขึ้นรถมอเตอร์ไซค์หลบหนีไป ส่วนสาเหตุที่ผมแทงนายอุสมาน นั้น เนื่องจากเกิดความโกรธแค้นที่ร่วมกับนายอากบาร์ ดาโอ๊ะ ด่าทอผมเรื่องเงินเพียงแค่ 20 บาท" นายอนัสตนันท์ กล่าวนายอนัสตนันท์ กล่าวด้วยว่า ตนขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากโมโหหิวและเกิดจากอารมณ์เพียงชั่ววูบ ขอให้กรณีของตนเป็นตัวอย่าง อยากฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ก่อนจะทำอะไรลงไปให้คิดทบทวนให้ดีก่อนเพราะอาจสายเกินไปเหมือนกรณีของตนได้ ต้องเสียอนาคตแถมต้องติดคุก
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจและร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันควร" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป