เนชั่นทีวี

ข่าว

รวบ 3 ผู้ต้องหา รุมทำร้าย-แทงเพื่อนรปภ.ดับ แค้นถูกทวงเงิน 20 บาท

29 ม.ค. 2560 | nation_ent

รวบ 3 ผู้ต้องหา
รุมทำร้าย-แทงเพื่อนรปภ.ดับ
แค้นถูกทวงเงิน 20 บาท

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 29 มกราคม ที่สน.ประเวศ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.ธงชัย วิไลพรหม ผกก.สน.ประเวศ พ.ต.ท.พงศ์กิตติ์ พินิจลิขิตศักดิ์ รอง ผกก.สส.สน.ประเวศ พ.ต.ท.เวนิด ตอสกุล สว.สส.สน.ประเวศ พ.ต.ท.ปกรณ์ ทองช่วง สว.สส.สน.ประเวศ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ประเวศ


ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายอนัสตนันท์ หรือตุ้ย อุจฉกรรณ์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77 หมู่ 3 ต.พรสวรรค์ อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่จ.74/2560 ลงวันที่ 25 มกราคม 2560 นายทรงเกียรติ หรือเอ็ม อุจฉกรรณ์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 77 หมู่ 3 ต.พรสวรรค์ อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ จ.75/2560 ลงวันที่ 28 มกราคม 2560 และนายจักรพงษ์ หรือสาม ปันโย อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 9 ต.น้ำอ้อม อ.ค้อวัง จ.ยโสธร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ จ.88/2560 ลงวันที่ 28 มกราคม 2560 พร้อมของกลางชุดพนักงานรักษาความปลอดภัยบริษัทแรงเจอร์ อินเวสดิเกชั่น จำกัด 1 ชุด เสื้อยืดคอปก สีน้ำเงิน 1 ตัว อาวุธมีด 1 เล่ม รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นดรีม สีแดง-ขาว หมายเลขทะเบียน 5 กฮ 1287 กรุงเทพมหานคร และหมวกกันน็อค 1 ใบ
พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา ทางพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ได้รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านเศรษฐสิริ ถนนพัฒนาการ แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม. ทะเลาะวิวาทก่อนใช้อาวุธมีดแทงกันจนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ จึงรุดเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ประเวศ ที่เกิดเหตุพบเพียงพยาน ก่อนเล่าเหตุการณ์ว่า นายอนัสตนันท์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านดังกล่าวได้ยกพวกรวม 3 คน เข้ามารุมทำร้ายร่างกาย นายอากบาร์ ดาโอ๊ะ จนได้รับบาดเจ็บที่แขน ก่อนหนึ่งในผู้ก่อเหตุจะใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่แผ่นหลังของ นายอุสมาน เละนิ อายุ 26 ปี จนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส จากนั้นพลเมืองดีได้เร่งนำตัวส่ง รพ.วิภาราม แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบคนร้ายรวม 3 ราย ขณะลงมือก่อเหตุได้อย่างชัดเจน จึงนำไปสู่การออกหมายจับและกดดันตัวผู้ต้องหาจนกระทั่งทั้งหมดเข้ามามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ในช่วงหัวค่ำของวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา
สอบสวนนายอนัสตนันท์ รับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามปกติ จู่ๆเกิดหิวข้าวขึ้นมาแต่ไม่มีเงินเพียงพอ จึงตัดสินใจไปขอยืมเงินมาจากหัวหน้ารักษาความปลอดภัยจำนวน 20 บาท แต่หัวหน้ากลับยื่นธนบัตรฉบับละ 100 บาท มาให้แทน เพราะไม่มีธนบัตรมูลค่า 20 บาท พร้อมทั้งบอกว่าส่วนที่เหลืออีก 80 บาท ให้นำไปคืน นายอากบาร์ ดาโอ๊ะ เนื่องจากติดเงินไว้อยู่เช่นกัน จากนั้นตนจึงปั่นจักรยานไปซื้อข้าวเหนียวไก่ย่างในราคา 40 บาท ก่อนนำเงินกลับมาคืนนายอากบาร์ ดาโอ๊ะ เพียงแค่ 60 บาท จนนายอากบาร์ ดาโอ๊ะ เกิดความไม่พอใจพร้อมทั้งด่าทอไปต่างๆนานา และบอกว่าให้นำไก่ย่างไปคืนที่ร้านเพื่อนำเงินมูลค่า 20 บาท ที่หัวหน้าเคยยืมไปมาใช้หนี้ หากไม่นำเงินมาคืนก็มาต่อยกัน จากนั้นตนจึงปั่นจักรยานกลับบ้านพักไปเพื่อนำเงินที่เหลือมาคืน
"ระหว่างนั้นนายทรงเกียรติ ซึ่งเป็นน้องชาย และนายจักรพงษ์ เพื่อนของน้องชายอยู่ที่บ้านพักพอดี ผมจึงเล่าให้ฟังว่ามีเรื่อง อยากจะตามก็ตามมา ก่อนที่ผมจะปั่นจักรยานกลับมาที่ป้อมยาม เมื่อผ่านไปได้สักพักผมเห็นนายจักรพงษ์ ขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้ามา โดยมีนายทรงเกียรติ นั่งซ้อนท้าย จากนั้นทั้งคู่ได้วิ่งลงมาจากรถ โดยนายทรงเกียรติ ได้ใช้ท่อนไม้เข้าไปฟาดนายอากบาร์ ดาโอ๊ะ 1 ครั้ง แต่สามารถหลบได้ ซึ่งขณะนั้นผมอยู่ภายในป้อมพร้อมกับนายอุสมาน จึงตัดสินใจใช้อาวุธมีดพกสั้นที่ติดตัวไว้เพื่อป้องกันตัวขณะปฎิบัติหน้าที่แทงเข้าไปที่กลางแผ่นหลัง จนมีดหักคาก่อนพวกผมจะพากันขึ้นรถมอเตอร์ไซค์หลบหนีไป ส่วนสาเหตุที่ผมแทงนายอุสมาน นั้น เนื่องจากเกิดความโกรธแค้นที่ร่วมกับนายอากบาร์ ดาโอ๊ะ ด่าทอผมเรื่องเงินเพียงแค่ 20 บาท" นายอนัสตนันท์ กล่าวนายอนัสตนันท์ กล่าวด้วยว่า ตนขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากโมโหหิวและเกิดจากอารมณ์เพียงชั่ววูบ ขอให้กรณีของตนเป็นตัวอย่าง อยากฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ก่อนจะทำอะไรลงไปให้คิดทบทวนให้ดีก่อนเพราะอาจสายเกินไปเหมือนกรณีของตนได้ ต้องเสียอนาคตแถมต้องติดคุก
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจและร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือโดยไม่มีเหตุอันควร" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวล่าสุด