บ่อน้ำโบราณกลางหมู่บ้านแห่งนี้ ไม่เหมือนที่อื่น เพราะไม่ใช่น้ำจืด แต่เป็นน้ำเค็ม เมือนำมาผ่านการต้ม ก็จะได้เป็นเกลือออกมา นี่เป็นวิถีชีวิตของคน ในตำบลบ่อเกลือใต้ ที่ต้มเกลือส่งเป็นเครื่องบรรณาการแก่ผู้ครองนครน่านในอดีต จนวันนี้กลายเป็นอาชีพเสริมการท่องเที่ยวในอำเภอบ่อเกลือ ร่วมระยะเวลากว่า 800 ปี แต่กำลังถูกสั่นคลอนหลังจากที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติขุนน่าน จับกุ่มชาวบ้านที่หาฟืนในป่า ออกมาต้มเกลือ
นัทกัน เขื่อนเมือง เป็นผู้สืบทอดอาชีพต้มเกลือจากบรรพบุรุษ เขาบอกว่าหากฟืนกองสุดท้ายถูกใช้หมดปลายเดือนนี้ ก็จะไม่มีฟืนต้มเกลืออีกแล้ว และอาจต้องทิ้งอาชีพต้มเกลือสินเธาว์ที่ขุดขึ้นจากบ่อเกลือโบราณ ซึ่ง เป็รน 1 ใน 29 แหล่งเกลือที่มีคุณภาพดีที่สุดของโลก โดยเหลือชาวบ้านที่ต้มเกลือขายนักท่องเที่ยวอยู่เพียง 4 ครัวเรือน เท่านั้น
ชาวบ้านยืนยันว่าฟืนที่นำออกมาเป็นไม้สนที่ตายแล้ว ไม่ใช่การตัดไม้ทำลายป่า จึงอยากให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ผ่อนปรนต่อกรณีนี้
ย้อนไปก่อนหน้านี้ กระทรวงพลังงานโดย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เคยมีโครงการสร้างเตาชีวมวล เพื่อการต้มเกลือเป็นอุตสาหกรรม แต่ถูกคัดค้านจากชาวบ้านเนื่องจากเกรงว่าจะทำให้วิถีชีวิตเปลี่ยนไป
แหล่งข่าวจากกรมอุทยาน บอกกับเนชั่นทีวีว่า เคยมีชาวบ้านบางกลุ่มที่เข้าไปตัดไม้ในป่าให้ยืนต้นตาย แล้วนำออกมาเป็นฟืน เป็นที่มาของความไม่ไว้วางใจกันระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ กับชาวบ้าน
นักอนุรักษ์ท้องถิ่น เห็นว่าควรนำที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ มาปลูกต้นไม้เพื่อนำมาทำเป็นฟื้นต้มเกลือโดยเฉพาะ เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งในการจัดการป่าระหว่างรัฐ กับชาวบ้าน