น.ส.นารากร กล่าวว่า เมื่อเดือนมีนาคม 2559 ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ"นปรางห์มณี น้อยหน่า ทองอนันต์" ได้ทักแชทมาหาตนทางข้อความส่วนตัว พร้อมนำภาพหมา และแมวที่ได้รับบาดเจ็บ และป่วยเป็นโรคมายังตนพร้อมขอให้ช่วยบริจาคเงินช่วยเหลือ ซึ่งด้วยความที่ตนรักและชอบช่วยเหลือสัตว์อยู่แล้ว จึงตัดสินใจโอนเงินช่วยเหลือไปเมื่อเดือน กรกฎาคม 2559 หลังจากนั้นผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ได้ทักแชทมาเพื่อขอเงินอีกหลายครั้ง โดยอ้างว่าเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหารสัตว์ ฯลฯ รวมอีกกว่า 10 ครั้ง รวมยอดเงินที่โอนไปกว่า 30,000 บาท ซึ่งตนก็เริ่มเอะใจ แต่ยอมรับว่าตนพลาดเองที่ไม่ได้เข้าไปตรวจสอบว่ามีการนำเงินไปช่วยเหลือสัตว์จริงหรือไม่ และไม่ได้ขอดูความคืบหน้าการรักษาแต่อย่างใด กระทั่งเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา ตนเห็นข่าวว่านายตุลย์ แอดมินเพจรักหมา เข้าแจ้งความกับตำรวจบก.ปอท. ดำเนินคดีกับผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าว ตนจึงติดต่อไปยังนายตุลย์กระทั่งทราบว่าถูกหลอก กระทั่งตัดสินใจมาแจ้งความ
"ที่ผ่านมาจะโอนเงินให้ครั้งละ 3,000 บาท ในบางเดือนก็มาขอถึง 3 ครั้ง เมื่อบ่อยขึ้นก็เริ่มให้น้อยลงครั้งละ 2,000 บ้าง 1,000 บ้าง กระทั่งเอะใจ และสงสัยว่าเราเป็นหนี้เขาหรือเปล่าถึงได้มาทวงขอถี่แบบนี้ เมื่อเห็นแอดมินเพจไปแจ้งความก็เลยตรวจสอบว่าเป็นคนเดียวกันกับที่ทักแชทมาขอเราหรือเปล่า พอตรวจสอบก็ใช่เลย เป็นมิจฉาชีพคนเดียวกัน อย่างไรอยากจะฝากไว้สำหรับคนที่จะช่วยเหลือหมาแมว ว่า ไม่อยากให้ไม่ไว้ใจจนไม่ช่วยเลย เพราะบางกรณีก็มีคนที่เป็นคนดี และต้องการช่วยเหลือสัตว์จริงๆ แต่อยากให้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน เพื่อป้องกันการถูกหลอก ขณะที่พลเมืองดีที่รับบริจาคก็ควรที่จะชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ให้ชัดเจน ให้ผู้ที่มีช่วยเหลือสบายใจว่า เงินพวกเขาได้ช่วยเหลือสัตว์อย่างแท้จริง"น.ส.นารากรกล่าว
ด้านนายตุลย์ กล่าวว่า ตนพาน.ส.นารากรมาแจ้งความ และจะให้ปากคำกับตำรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติการณ์ของเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าว ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีบุคคลที่ถูกเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวหลอกรวมแล้วกว่า 11 ราย รวมมูลค่าหลักล้านบาท
เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนรับเรื่องพร้อมลงบันทึกประจำวันไว้ ก่อนจะประสานตำรวจบก.ปอท. เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลและติดตามผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวมาสอบปากคำต่อไป