เนชั่นทีวี

ข่าว

ทุบหัวแม่ม่ายสาวเสียชีวิต ลูกสาว 4 ขวบรอดปาฎิหาริย์

25 ม.ค. 2560 | lastman

ทุบหัวแม่ม่ายสาวเสียชีวิต ลูกสาว 4 ขวบรอดปาฎิหาริย์

คนร้ายดักฆ่าแม่ม่ายขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านพร้อมลูกสาววัย 4 ปี สภาพศพถูกทุบที่ศีรษะจนเสียชีวิต ส่วนลูกสาวก็ถูกตีเข้าที่ศีรษะและถูกโยนลงท้องนา แต่พลเมืองดีขับรถจักรยานยนต์มาได้ยินเสียงช่วยไว้ได้ทัน ตำรวจตั้งปมฆ่าชิงน้ำทำนา เนื่องจากก่อนเกิดเหตุ มีปากเสียงกับเพื่อนบ้าน หรือประเด็นชู้สาวเพราะผู้ตายมีหน้าตาดีเป็นที่หมายปองของหนุ่มทั่วไป

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 25 ม.ค. 2560 พ.ต.ท.ประพนธ์ ภูจอมนิล พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธร อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งเหตุจากหน่วยกู้ชีพ 1669 โรงพยาบาลกมลาไสย ว่าพบศพหญิงนอนเสียชีวิตในสภาพที่บริเวณใบหน้าและศีรษะถูกทุบ และยังพบ เด็กหญิงที่ถูกทำร้ายร่ายกายสภาพอาการสาหัส ที่คาดว่าจะเป็นบุตรของผู้ตาย ซึ่งมีพลเมืองดีช่วยเหลือไว้ จึงได้รายงานไปยัง พ.ต.อ.สุเทพชนะสิทธิ์ ผกก.สภ.กลาไสย เพื่อรายงานไปยัง พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์
ที่เกิดเหตุอยู่ติดกับถนนสายยางตลาด-ร่องคำ ปากทางเข้าบ้านสว่าง หมู่ที่ 9 ต.หลักเมือง อ.กมลาไสย เจ้าหน้าที่พบศพหญิงสาวอายุประมาณ 30-40 ปี สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ บริเวณใบหน้าถูกตีด้วยของแข็งจนเสียชีวิต ห่างไปพบ รถจักรยานยนต์ สกู๊ปปี้ไอสีฟ้าคาดขาว ตกอยู่ในคลองชลประทาน บริเวณตัวถังรถเต็มไปด้วยรอยเลือด จากการตรวจสอบทราบชื่อ ผู้ตายคือ นางปวีณา ภูมีสวย อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 31 หมู่ที่ 9 บ้านสว่าง ต.หลักเมือง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ส่วนเด็กหญิง อายุ 4 ปี บุตรสาวของผู้ตาย ถูกตีและโยนลงไปในโคลนริมทุ่งนา โดยทีมกู้ชีพโรงพยาบาลกมลาไสยกำลังช่วยชีวิตแต่เนื่องจากอาการสาหัสได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด
จากการสอบถามนายทนงค์ กุดวิฬา อายุ 24 ปี เลขที่ 152 หมู่ที่ 7 บ้านราษฎร์ ต.หลักเมือง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ในช่วงเวลาประมาณ 03.30 น. ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อที่จะออกจากหมู่บ้านซึ่งต้องผ่าบริเวณจุดนี้ร่วมกับแฟนสาว จนมาถึงที่บริเวณเกิดเหตุปรากฏว่าน้ำมันในรถหมด จึงจอดอยู่บริเวณศาลา แต่แล้วก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนเหมือนจะเป็นเสียงแมว แต่ก็เหมือนกับเด็กทารก จึงได้ใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์ส่องดูไปรอบๆ จนส่องไปที่บริเวณคันนา ซึ่งมีโคลนตมก็ปรากฏเห็นเด็กผู้หญิงนอนอยู่ในสภาพนอนหงาย โดยที่น้ำกำลังจะท่วมจมูก จึงตัดสินใจเข้าไปช่วยเหลือและได้นำตัวขึ้นมาเช็ดตัว

ซึ่งระหว่างนั้นได้สังเกตเห็นที่บริเวณศีรษะของเด็กบวมโตจึงได้แจ้งไปยัง 1669 โรงพยาบาลกมลาไสย เวลาก็ผ่านไปเกือบ 1 ชั่วโมง จึงได้มา คิดเพียงว่าคงมีคนทำเด็กมาทิ้ง แต่ระหว่างที่รถกู้ชีพกำลังจะเดินทางกลับ แสงไฟหน้ารถก็สาดไปเห็นศพหญิงที่ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม หน่วยกู้ชีพจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ โดยยังพบรถจักรยานยนต์ถูกทิ้งลงในคลองชลประทานอีกด้วย
เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่าผู้ตายมีอาชีพเป็นชาวนาและในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เพิ่งจะมีปากเสียงอย่างรุนแรงกับชาวนาด้วยกัน จากปัญหาการแย่งชิงน้ำทำนาปรัง เนื่องจากบริเวณนี้จะเป็นจุดที่เปิดปิดน้ำ จึงเป็นไปได้ว่าอาจจะมีความแค้น จนมาในช่วงเย็นที่คาดว่าผู้ตายอาจจะเข้ามาเปิดน้ำเข้าพื้นที่นาโดยมากับลูกสาว ก็มาดักตีเข้าที่บริเวณศีรษะจนเสียชีวิต ส่วนบุตรสาวผู้ตายก็ถูกตีและอาจจะคิดว่าเสียชีวิตแล้วจึงได้โยนร่างลงไปบริเวณคันนาที่มีน้ำและโคลน
มีรายงานว่าเนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญนายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ทินณะรัตน์ เพชรพันธ์ศรี รอง ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.สุเทพชนะสิทธิ์ ผกก.สภ.กลาไสย นายสัมฤทธิ์ กิตติโชติ สุขสงค์ นายอำเภอกมลาไสย พร้อมชุดสืบสวนได้เข้าตรวจสอบพื้นที่

เบื้องต้นทราบว่า สายสืบได้ทำการจับกุมตัวชาวนาผู้ต้องหาเอาไว้แล้ว 2 คน ทั้งนี้เนื่องจากผู้ตายหน้าตาดีในการสืบสวนทราบว่ามีผู้ตายมาติดพัน จึงได้ตั้งปมการตายแยกเป็น 2 กรณี คือ 1.เรื่องฆ่าชิงน้ำทำนาปรัง 2.ชู้สาว ที่ตำรวจได้เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

ข่าวล่าสุด