การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ม.ค. เวลาประมาณ 15.00 น. ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ จำนวน 2 คนเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับร.ต.อ.หญิง วันรัตน์ หงส์สัมฤทธิ์ รอง สารวัตร(สอบสวน) สน.ดอนเมือง ว่าระหว่างที่ทั้งสองคนได้มาร่วมการประชุมที่ห้องประชุมกินรี ภายในโรงแรมอมารี แอพอร์ต แขวงและเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ และระหว่างกลับมาจากพักเที่ยง พบว่าทรัพย์สินเป็นโน๊ตบุ๊ก จำนวน 2 เครื่อง ซึ่งเป็นของผู้เสียหายทั้งสองได้หายไป
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรมพบชายอายุประมาณ 40-45 ปี เดินอยู่บริเวณห้องประชุมก่อนจะสะพายกระเป๋าโน๊ตบุ๊ก จำนวน 2 ใบออกไปจากโรงแรม แล้วขึ้นรถแท็กซี่หน้าโรงแรมออกไป ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบมาว่าคนร้ายได้นำโน๊ตบุ๊กไปขายที่ร้าน p@s service ภายในห้างสรรพสินค้าพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบก่อนตรวจยึดของกลางกลับมาได้ และจากการสอบสวนเจ้าของร้านทราบว่าผู้ที่นำมาขายนั้นคือนายกิตติธัช หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดขออนุมัติหมายจับ
ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 24 ม.ค. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่าพบนายกิตติธัช ผู้ต้องหาตามหมายจับเดินอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพบนายกิตติธัช เดินอยู่หน้าร้าน บีทูเอส ในห้างสรรพสินค้าดังกล่าว หลังจากนั้นจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่พร้อมแสดงหมายจับ โดยนายกิตติธัช ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สน.ดอนเมือง
จากการสอบสวนนายกิตติธัช ให้การรับสารภาพว่า มีอาชีพเป็นครูสอนภาษอังกฤษทั่วไป โดยก่อนเกิดเหตุได้นั่งรถเมล์ไปทำธุระย่านปทุมธานี เมื่อมาถึงช่วงหน้าสนามบินดอนเมือง เกิดปวดท้องจึงลงรถแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำภายในโรงแรมอมารี แอร์พอร์ต เมื่อเสร็จกิจได้เดินผ่านห้องประชุม และเห็นว่าประตูเปิดอยู่ ตนจึงเดินเข้าไปตรวจสอบ พบเพียงโน๊ตบุ๊กวางอยู่บนโต๊ะใกล้กับประตู แต่ภายในห้องประชุมไม่มีคนประกอบกับกำลังขัดสนเรื่องการเงิน จึงตัดสินใจหยิบออกมา แล้วนำไปขายที่ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ในราคา 9,000 บาท ก่อนมาถูกจับกุมดังกล่าว
นายกิตติธัช ยังให้การยอมรับอีกว่า เคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้งและเคยก่อเหตุในท้องที่ บางรัก บางเขน พญาไท หลักสี่ และจ.ปทุมธานี ซึ่งถูกดำเนินคดีไปหมดแล้ว โดยจะทำทีเป็นผู้ที่มาร่วมการประชุม หรือสัมนา เมื่อสบโอกาสก็จะเข้าไปขโมยทรัพย์สิน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโน๊ตบุ๊ก เนื่องจากหยิบฉวยได้ง่าย ก่อนจะนำไปขาย และได้โน๊ตบุ๊กไปขายแล้วมากกว่า 50 เครื่อง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ ซึ่งคาดว่าน่าจะลงมือก่อเหตุมามากกว่านี้ ซึ่งถ้าผู้เสียหายรายใดคาดว่าน่าจะถูกนายกิตติธัช ลักทรพย์ไปสามารถมาดูตัวได้ที่สน.ดอนเมือง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ลักทรัพย์ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป