ขณะที่จอร์จ โซรอส พ่อมดการเงินออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์กำลังประสบความล้มเหลว โดยเป็นการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg TV ที่ดาวอส ว่าทรัมป์ทำให้เกิดความไม่แน่นอน และความไม่แน่นอนที่กำลังเกิดขึ้นนี้เป็นศัตรูกับการลงทุนในระยะยาว
1.ริชาร์ด นิกสัน ได้ทำในสิ่งที่ช็อกโลกในการผลักดันให้ดอลลาร์สหรัฐผงาดขึ้นเป็นสกุลเงินที่มีอิทธิพลมากที่สุดต่อตลาดการเงินโลก โดยเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1971 ได้ประกาศยกเลิกการอิงดอลลาร์กับมาตรฐานทองคำที่กำหนดไว้ที่ 35 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นข้อตกลงในการประชุมของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ Bretton Woods
แต่เมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่แผ่ขยายไปทั่วโลกส่งผลให้เงินดอลลาร์ตกต่ำลงอย่างหนัก เป็นผลให้ริชาร์ด นิกสัน ดำเนินการด้วยการปลดปล่อยเงินดอลลาร์ให้เคลื่อนไหวได้อย่างเสรีในตลาดการเงินโลก โดยไม่ต้องมีสินทรัพย์ใดๆ มาหนุนหลังการพิมพ์ธนบัตรเงินดอลลาร์ออกมาใช้หมุนเวียนตั้งแต่นั้นมา
2.แต่ภายใต้นโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่รอเวลาเข้าสาบานตนเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 อย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ม.ค. ช่วงเที่ยงวันตามเวลาท้องถิ่น ที่ประกาศก่อนหน้านี้ว่า จะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่นั้น ซึ่งส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในรอบ 14 ปีเมื่อเทียบกับสกุลเงินในกลุ่ม G-10 แต่ท่วงทำนองของทรัมป์เริ่มเปลี่ยนไปโดยให้สัมภาษณ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล ช่วงต้นสัปดาห์นี้ว่า ดอลลาร์ในปัจจุบันเริ่มแข็งค่ามากเกินไป กำลังเป็นอันตรายต่อการทำกำไรของภาคธุรกิจสหรัฐที่มีการลงทุนและการค้าในต่างประเทศ เนื่องจากดอลลาร์ได้แข็งค่าเพิ่มขึ้นถึง 25% นับจากปี 2014 เป็นต้นมา
โดย Anthony Scaramucci โฆษกที่ทรัมป์แต่งตั้งให้ประสานงานด้านกิจการสาธารณะ กล่าวว่า เป็นความเห็นของทรัมป์ที่ว่าเราต้องระมัดระวังต่อการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ที่มากขึ้น โดยที่การทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่นั้นไม่ได้ทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงในนโยบายการเงินของประเทศ
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เคยกล่าวลอยๆ ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งว่าชื่นชอบที่จะนำเอาทองคำมาหนุนหลังเป็นทุนสำรองมากกว่าที่มองเห็นการดำเนินนโยบายการเงินอย่างที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีการปั๊มเงินออกมาจำนวนมหาศาลไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง ดังนั้นจึงเชื่อในเรื่องการใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตได้ปีละ 3-4% โดยผ่านการใช้จ่ายเงินงบประมาณช่วง 10 ปีข้างหน้าสำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1 ล้านล้านดอลลาร์ และการปรับลดภาษีบุคคลและภาคธุรกิจอีก 5.3 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อหวังสร้างงานเพิ่มขึ้น
3.Steven Mnuchin กล่าวกับวุฒิสภาที่ถามถึงการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ที่มากเกินไปในระหว่างการรับรองตำแหน่งรัฐมนตรีคลังคนใหม่ โดยยอมรับว่า การแข็งค่าของดอลลาร์น่าจะเป็นช่วงสั้นที่เป็นไปตามกลไกตลาดเสรี เมื่อคนมีความเชื่อมั่นเข้ามาลงทุนในสหรัฐ ถึงแม้ว่าจะมีผลกระทบด้านลบต่อทางการค้า โดยที่ส่งผลต่อความสามารถแข่งขันของธุรกิจอเมริกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการเสนอแผนงานผลักดันทางด้านการค้าของสหรัฐ
4.ขณะที่ตลาดการเงินสหรัฐมีบรรยากาศที่อึมครึมและสับสนจากความตึงเครียดทางการเมืองและในกลุ่มคนอเมริกันที่จะมีการรวมตัวออกมาเดินขบวนในหลายเมืองของสหรัฐเพื่อคัดค้านการเป็นประธานาธิบดีของทรัมป์ ทำให้นักลงทุนรอคอยการเข้าสาบานตนเป็นทางการของทรัมป์ โดยเงินดอลลาร์ยังคงผันผวนในทิศทางที่อ่อนค่าลงที่ระดับ Dollar Index ที่ 101.15 และบอนด์ยีลด์ 10 ปีของรัฐบาลสหรัฐอยู่ที่ 2.47%
สำหรับการเคลื่อนไหวของหุ้นสหรัฐติดลบทั้ง 3 ตลาดหลัก โดยดาวโจนส์ปิดตลาดที่19,732 ลดลง 72 จุดหรือ 0.37% S&P 500 ปิดที่ 2,263 ลดลง 0.36% และ Nasdaq ปิดที่ 5,540 ลดลง 0.28%
5.ด้านจอร์จ โซรอส พ่อมดการเงินโลกวัย 85 ปีซึ่งประสบภาวะขาดทุนจากการลงทุนในปีที่แล้วถึง 1 พันล้านดอลลาร์ จากเงินกองทุนที่บริหารอยู่กว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ทรัมป์กำลังประสบความล้มเหลว โดยเป็นการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg TV ที่ดาวอส ว่าการเข้ามาเป็นประธานาธิบดีของทรัมป์ทำให้เกิดความไม่แน่นอน และความไม่แน่นอนที่กำลังเกิดขึ้นนี้เป็นศัตรูกับการลงทุนในระยะยาว นอกจากนี้ทรัมป์ยังเหมือนเป็นนักเผด็จการ แต่เขาก็เชื่อว่าสภาของสหรัฐจะรับมือทรัมป์ในเรื่องนี้ได้
จอร์จ โซรอส เป็นผู้หนึ่งที่ไม่สนับสนุนทรัมป์ แต่ให้การสนับสนุนฮิลลารี คลินตัน โดยมีรายงานว่าเป็นเงินมากถึง 24.5 ล้านดอลลาร์สำหรับการสนับสนุนการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา